บทความประจำฉบับ

สร้างสมดุลสุขภาพกับอาหารไทย

อาจารย์เยาวลักษณ์ จิตตะโคตร์
คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพของตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการบิโภคอาหารที่มีประโยชน์ และมีคุณค่าครบถ้วน การเลือกรับประทานอาหารจึงมิได้มุ่งเน้นที่ รสชาติความอร่อยและอิ่มท้องเท่านั้น หากแต่ยังต้องพิจารณาถึง ประโยชน์ที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย ศาสตร์หนึ่งของการสร้างสมดุลสุขภาพที่เป็นที่รู้จักและได้รับ การเชื่อถือมานานในวัฒนธรรมการบริโภคของไทยคือ “ทฤษฎี การแพทย์แผนไทย” ซึ่งเป็นแบบแผนในการดูแลรักษาสุขภาพและ รักษาโรคมาแต่โบราณกาล

การแพทย์แผนไทยมีความเชื่อว่าร่างกายมนุษย์ประกอบ ด้วยธาตุ 4 ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความปรวนแปรของร่างกาย อันประกอบ ด้วย ธาตุดิน (ปถวิธาตุ) ธาตุน้ำ (อาโปธาตุ) ธาตุลม (วาโยธาตุ) และ ธาตุไฟ (เตโชธาตุ) โดยแต่ละคนจะมีธาตุใดธาตุหนึ่งเด่นออกมา ซึ่งจะสังเกตจากบุคลิกภาพและพฤติกรรมของบุคคลนั้น

ธาตุดิน : จะมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมดกดำ เสียงดังฟังชัด ข้อกระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน อวัยวะสมบูรณ์

ธาตุน้ำ : จะมีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใส เต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำงาม กินช้า ทำอะไร ชักช้า ทนหิว ทนร้อน ทนเย็นได้ดี เสียงโปร่ง มีลูกดก หรือมีความรู้สึกทางเพศดี แต่มักเฉื่อย และค่อนข้างขี้เกียจ

ธาตุลม : จะมีผิวหนังหยาบแห้ง รูปร่างโปร่ง ผอม ผมยาว ข้อกระดูกมักลั่นเวลาเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่ ค่อยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัดเจน มีลูกไม่ดก หรือความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี

ธาตุไฟ : มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยดี หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน ผิวหนังย่น ผม ขน หนวด อ่อนนิ่ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง

หลายคนคงพิจารณาลักษณะของตนเองว่าร่างกายของ เรามีธาตุใดเป็นเจ้าเรือน แต่อย่างไรก็ตามลักษณะที่เป็นอยู่ อาจไม่ สอดคล้องกับลักษณะที่เป็นมาตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา ทั้งนี้ เพราะการเลี้ยงดูพฤติกรรมการกิน และสิ่งแวดล้อมทำให้ธาตุเปลี่ยน ไป แต่โดยทั่วไปธาตุเจ้าเรือนเดิม จะไม่เปลี่ยนแปลงในช่วง 6 ปีแรก ของชีวิต

การสร้างสมดุลทางสุขภาพโดยการเลือกรับประทานอาหาร ให้สอดคล้องกับธาตุในร่างกาย จึงมีความสำคัญ ดังนี้

อาหารที่มีรสขม รสเย็น รสจืด เหมาะสำหรับบุคคลที่มีธาตุไฟ เด่น เช่น แกงขี้เหล็ก ห่อหมกใบยอ น้ำปลาหวานสะเดา ใบปอผัด แกงจืดมะระ หรืออาหารที่มีส่วนประกอบของบวบ สะเดา มะระขี้นก มะเขือพวง มะแว้ง ตำลึง แค เป็นต้น

อาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เหมาะสำหรับบุคคลที่มีธาตุลมเด่น ได้แก่แกงเลียง ไก่ผัดขิง แกงป่า หรืออาหารที่มีส่วนประกอบของผัก ที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กระชาย ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา กระเพรา อาหารและผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เหมาะสำหรับบุคคลที่มี ธาตุน้ำเด่น เช่น อาหารประเภทยำ ต้มยำ แกงส้ม และน้ำพริก เป็นต้น อาหารประเภทผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ มะกรูด มะนาว ส้ม

อาหารที่มีรสฝาด หวาน มัน เค็ม เหมาะสำหรับบุคคลที่มี ธาตุดินเด่น ได้แก่ ขนมจีนน้ำพริก วุ้นเส้นผัดไท หมี่กะทิ หรืออาหาร ที่มีส่วนประกอบของถั่วพู ผักกระเฉด เผือก มัน มะละกอ หัวปลี

การสร้างสมดุลสุขภาพกับอาหารไทย จึงมิใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะรสชาติอาหารทั้งหลายข้างต้น ต่างก็คุ้นลิ้นคนไทยทุกคน เพียง แต่ต้องรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีสรรพคุณสอดคล้องกับร่างกาย และความเจ็บป่วย รู้จักเลือกสรรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากสารพิษและสิ่งปรุงแต่งที่ผิดธรรมชาติ รวมทั้งการบริโภค อาหารในปริมาณที่พอดี การบริโภคอย่างมีสติเช่นนี้ จะนำมาซึ่งสมดุล ของสุขภาพของท่านและครอบครัว

หนังสืออ้างอิง : สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (2543) ชุดนิทรรศการการแพทย์แผนไทย. องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) กรุงเทพมหานคร.

	


	
	
ABAC Newsletter Assumption University, Thailand