สิริกาญจน์ ศุภเลิศพร นักศึกษาเอแบค ผู้มีความฝันอยากเป็นนักเขียน
สิริกาญจน์ ศุภเลิศพร นักศึกษาปี 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ กับผลงานเขียนนวนิยายแนวแฟนตาซี ถึง 6 เล่มจากสำนักพิมพ์ แฟนตาเซีย วันนี้นักอ่านนวนิยายแฟนตาซี อาจจะรู้จักแต่ชื่อ Firely ที่เป็น นามปากกาของเธอ สำหรับชีวิตที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาและนักเขียนนั้น อาจไม่เป็นที่รู้จัก จุลสารมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องซี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตที่ ดำเนินไปเพื่อความฝันและการใช้ชีวิตนักศึกษา ที่เป็นนักเขียนน้องใหม่นาม สิริกาญจน์ ศุภเลิศพร ณ บัดนี้
เริ่มต้นที่คำถามถึงความสนใจที่อยากจะเขียนหนังสือ น้องซี กล่าวว่า
คิดว่าตนเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือมากกว่า การที่เราอ่าน หนังสือ เหมือนเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเหล่านั้นและการอ่าน หนังสือในแต่ละเรื่อง จุดจบของตัวละครมันไม่เป็นไปตามที่เราฝัน เราอยาก
ให้ตัวละครมันจบ อีกแบบหนึ่ง เราเลยอยากจะสร้างเรื่องขึ้นมาเอง อยาก เขียนขึ้นมา ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้ลองหาเรื่องราวของตนเองขึ้นมาเขียน
ความสนใจในการอ่านนิยายของน้องซีเริ่มมาจริงจัง เมื่อตอนเรียน ม.1 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ จะใช้เวลาว่างเข้าห้องสมุด เรื่องการเขียนที่ บ้านสนับสนุนอย่างไร เธอกล่าวว่า
พ่อแม่อยากให้ค้นหาตัวเองมากกว่า ซีบอกคุณแม่ว่าอยากเป็น นักเขียน คุณแม่บอกให้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างดู ว่ามันใช่ความฝันจริงๆ หรือเปล่า
เมื่อใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน เธอได้พูดถึงผลงานการเขียนเรื่อง แรกของเธอว่า
เป็นเรื่องสั้นเกี่ยวกับความรักโรแมนติก แต่เก็บไว้คนเดียวไม่ กล้า เผยแพร่เพราะอายมาก ซีลองเขียนเรื่องยาว แต่เขียนไม่จบเพราะตัว เองยังอดทน ไม่มากพอ ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม.1 พออยู่ ม. 3 เขียนวรรณกรรม
เยาวชนเพื่อส่งเข้าประกวด รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด เป็นครั้งแรกที่เขียน ส่ง แต่ก็ไม่ได้ พอประกาศผลเลยไปซื้อหนังสือคนที่ได้รับรางวัลมาอ่าน จึงรู้ว่าคนที่เขียนเขาเก่งกว่าเรามาก เขามีฝีมือสามารถถ่ายทอดได้ดีกว่าเรา จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาฝีมือต่อไป
จากผลงานการเขียนเรื่องแรก เธอได้เปิดเผยถึงวิธีการฝึกฝน ฝีมือว่า
เขียนไปเรื่อยๆ เขียนบันทึกเก็บไว้ จะศึกษาโดยนำนวนิยายมา เล่มหนึ่ง จะดูว่าผู้เขียนต้องการสื่ออะไรกับเรา เขาใช้กลวิธีในการเขียน อย่างไรบ้าง ศึกษาด้วยตัวเองเรื่อยๆ พอช่วงอยู่ ม.ปลาย ซีเริ่มเล่น อินเตอร์เน็ต ซีได้ส่งเรื่อง ราวไปลงใน เวปไซต์พันธุ์ทิพย์ แล้วก็มีเสียงตอบรับ แสดงความคิดเห็น ซึ่งจะนำมาแก้ไขปรับปรุง เราก็พัฒนาไปเรื่อยๆ
งานเขียนได้พัฒนาความรวดเร็วไปตามเทคโนโลยีจากเครื่อง พิมพ์ดีด สู่คอมพิวเตอร์ น้องซีเริ่มเรียนพิมพ์ดีดที่โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์ ก่อนจะใช้คอมพิวเตอร์ในการถ่ายทอดเรื่องราว โดยนิยายที่เขียนจบเป็น แฟนตาซีทั้งหมด ประมาณ 10 เรื่อง จุลสารมหาวิทยาลัยถามน้องซีถึงเวลาที่ ใช้ในการเขียนแต่ละเรื่อง เธอตอบว่า
เขียนไปเรื่อยๆ คิดออกมาได้ก็เขียนไปเรื่อยๆ แต่บางเรื่อง ใช้เวลานาน ถ้าเป็นนิยายมีเรื่องหนึ่งใช้เวลาหนึ่งปี แต่ถ้าเป็นวรรณกรรม เยาวชน มันจะสั้นๆ เป็นเรื่องเด็กๆ ที่ใช้ภาษาง่ายๆ สื่อให้เด็กรู้ บางครั้ง เดือนหรือสองเดือนก็เขียนเสร็จ
กับบทบาททั้งการเรียนและการเขียน น้องซีได้พูดถึงการแบ่งเวลาว่า
เริ่มเขียนจริงๆ จัง ๆ ตอน ม. ปลาย คือ ซีจะพยายามทำการบ้าน ให้ เสร็จจากที่โรงเรียน กลับมาจะได้มีเวลาว่างสำหรับ งานเขียนและวันเสาร์ อาทิตย์ด้วย
เมื่อเป็นนักเขียนน้องใหม่ น้องซีกล่าวถึงนักเขียนในดวงใจ
ชอบของคุณดวงตะวัน ทั้งที่เป็นนิยายและเรื่องสั้น เช่น เรื่อง สั้นสีม่วง เขาพยายามจะสอนเด็ก และถ่ายทอดได้ชัดเจน
ผลงานการเขียนของน้องซีออกมาในแนวใด เธอขยายความว่า
ซีเขียนในแนวแฟนตาซีมากกว่า คืออยากเขียนนิยายทั่วไป แต่มัน ต้องใช้ประสบการณ์ในชีวิตมาก ณ ปัจจุบันยังมีไม่มากพอที่ซีไป เขียนแนว แฟนตาซี เพราะซีสามารถใช้จินตนาการใช้ความฝันของตัวเองได้ อย่างเรื่อง เมราเดีย เป็นเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์ และการผจญภัย ซีสร้าง เมืองขึ้นมาเมืองหนึ่ง โดยคนสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์ได้ และคนในเมือง นี้สามารถแปลงร่างเป็น สัตว์ตัวหนึ่งได้ ซึ่งไม่ได้อยู่ในกรอบความเป็นจริงแล้ว
นิยายแฟนตาซีแต่ละเรื่องของน้องซี ได้รับการเผยแพร่สู่นักอ่าน ทางอินเตอร์เน็ตก่อนจะพัฒนาสู่การตีพิมพ์ เธออธิบายว่า
หลังจากที่ลงเวปไซต์ www.pantip.com ซีจะได้รับความคิด เห็นจากคนที่อ่าน ซีก็นำมาแก้ไขก่อน แล้วจึงส่งไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆ จนวันหนึ่งสำนักพิมพ์แฟนตาเซีย เขาตอบรับกลับมา จึงไปหากับคุณพ่อ เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว เขาบอกว่าสนใจจะพิมพ์แต่ต้องการพิมพ์เรื่อง อื่นด้วย จึงส่งเรื่องอื่นไปให้เขาดู คือช่วงนั้นทางสำนักพิมพ์อยากจะพิมพ์ ให้ทันงานหนังสือ อยากจะเปิดตัวในงานหนังสือ ซึ่งถ้าเปิดตัวเล่มเดียวก็ คงจะเงียบหายไป และเป็นนโยบายของสำนักพิมพ์ จึงตีพิมพ์ทั้งหมด 6 เล่ม แต่ก็ทยอยออกมา เพราะว่ามีปรับปรุงแก้ไขด้วย
งานเขียนเป็นงานที่ต้องใช้จินตนาการหรือความคิดสร้างสรรค์ ก่อนจะมาเป็นแต่ละเรื่องนั้น น้องซีพูดถึงการเตรียมข้อมูลว่า
ขึ้นอยู่กับเรื่องที่จะเขียน สำหรับซีเขียนในแนวแฟนตาซี ซีต้อง ศึกษาข้อมูลเยอะ อย่างวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง ตะลุยแดนหิมพานต์ ซีนำสัตว์ป่าใน วรรณคดีไทยเข้ามา เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กสองคนพลัดหลง เข้าไปในป่าหิมพานต์ แล้วไปผจญภัยในป่า ไปเจอสัตว์ป่าหิมพานต์ ฉะนั้น ซีต้องรู้ว่าสัตว์ป่าตัวนั้นมี ประวัติความเป็นมาอย่างไร มีลักษณะอย่างไร ซึ่งมันเป็นข้อมูลของสัตว์ในจินตนาการไม่มีความสมจริง ซีอยากใส่ความ เหมือนจริงเข้าไป ซีก็ต้องศึกษาสัตว์ที่มีอยู่จริงร่วมด้วย
สำหรับการเรียนและการเขียนที่ดำเนินไปด้วยกัน น้องซีได้ อธิบายให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งทั้งสอง
ในแง่ที่ว่าซีนำบางสิ่งที่เรียนมาใช้กับนิยายที่เขียน เมื่อก่อนเรียน กฎหมาย ก็จะนำมาใช้ในงานเขียนของตน ตอนนี้รู้สึกจะหนักไปทางด้านวิชา การตลาด จนเพื่อนก็บอกว่าเอาจากหนังสือเรียนมาเขียนนี่ คือสิ่งที่เรียน มันเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งเป็นข้อมูลจริงและเชื่อถือได้ และการเขียน ทำให้เรามีสมาธิ มีนิสัยรักการอ่าน คือ สามารถอ่านได้ทุกประเภทโดยไม่ รู้สึกเบื่อเหมือนเมื่อก่อน การเขียนทำให้เราอ่านมากขึ้น
ก่อนจะเขียนก็ต้องวางโครงเรื่อง ต้องคิดและวางแผน ซึ่งสามารถ นำมาใช้กับการเรียนได้ คือ เราต้องวางแผนว่าควรจะอ่านหนังสือเมื่อใด อย่างไร จะเตรียมตัวสอบอย่างไร อย่างเทอมนี้ ซีมีเรียน 4 วัน คือจาก วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เวลาเรียนก็จะทุ่มเต็มที่ หลังจากนั้นกลับบ้านซีจะ ให้เวลากับการเขียน
นอกจากการวางแผนสำหรับเรื่องราวต่างๆ แล้ว น้องซีวางแผน อนาคตของตนว่า
คิดว่าถ้าเรียนจบปริญญาตรีแล้ว คงจะเรียนต่อปริญญาโท พอจบจึง ค่อยทำงานสายที่ตัวเองอยากทำคือ ด้านการตลาด และซียังอยาก ใช้เวลาว่างเขียนหนังสือ คือคนเรามีความฝันได้หลายอย่าง อยากเป็นนั่น อยากเป็นนี่ ถ้าซีสามารถเลือกเดินไปบนสองเส้นทางได้ ทั้งการตลาดและ การเขียน ซีอยากจะทำทั้งสองอย่างให้ดีที่สุด
บทบาทการเป็นนักศึกษาและนักเขียนนาม สิริกาญจน์ ศุภเลิศพร ในวันนี้เกิดขึ้นจากการเพียรพยายามเดินไปสู่ความฝัน จุลสารมหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ ขอแสดงความชื่นชมต่อความฝันของการเป็นนักเขียน กับผลงาน เขียนทั้ง 6 เล่ม คือ ว้าย! ...หนูตายแล้วเหรอ สงครามใต้พิภพ เมราเดีย ตะลุยแดนหิมพานต์ หิมพานต์นิรมิต และ ณ ดาวดวงหนึ่งในห้วงจักรวาล เป็นสิ่งพิสูจน์ถึงการเริ่มต้น ในบรรณพิภพได้ดี และขอเป็นกำลังใจแก่น้องซี และเพื่อนนักศึกษาทุกคนในการใช้ชีวิตเพื่อค้นหาความฝันของตน ฝากทิ้ง ท้ายด้วยคำคมชวนคิดจาก น้องซี นักศึกษาเอแบค ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียนว่า
ซีคิดว่าการที่เราจะทำอะไรซักอย่าง เราควรจะทำมันให้ดีที่สุด จริงๆ แล้วคนเรามีความสามารถอยู่ในตัวเยอะมาก อยู่ที่ว่าใครจะดึงมัน ออกมาใช้ได้มากน้อยเพียงใด สิ่งสำคัญคือ อยากให้ลองค้นหาตัวเองก่อน ว่าชอบอะไร อยากเป็นอะไร ค้นหาความสามารถของตนเองที่มีอยู่ และ นำมันออกมาใช้ให้ดีที่สุด การที่เราจะทำอะไร เราควรตั้งใจทำให้มันดีที่สุด พยายามและตั้งใจ ทั้งเรื่อง การเรียน การเขียน หรืองานอะไรต่างๆ เมื่อตั้งใจ ทำแล้วก็ย่อมจะประสบผลสำเร็จได้