บทความประจำฉบับ

ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศในบริบทของการอุดมศึกษา ไทยสู่ความสามารถในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ภราดาประทีป ม. โกมลมาศ
อธิการบดีกิตติคุณ
28 พฤศจิกายน 2546

บทนำ

ในบริบทของการอุดมศึกษา ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอยู่ที่มหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งรวมทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ ที่จะได้รับการพัฒนาและการเพิ่มขีดความสามารถให้เป็นไปตาม จุดมุ่งหมายของสังคมและของประเทศ

ตามนัยดังกล่าวข้างต้น การศึกษาระดับปริญญาตรี จึงถือ ได้ว่าเป็นระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สำคัญที่สุดของอุดมศึกษา เพราะเป็นพื้นฐานของการวิจัยและพัฒนาระดับสูงต่อไป รวมทั้ง การค้นคว้าและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีความจำเป็นสำหรับ การเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ

เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ของการจัดการศึกษาน่าจะเริ่มด้วย คำถามที่น่าจะถามกันคือคุณภาพ การศึกษาระดับปริญญาตรีของ ประเทศเราได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของโลกหรือไม่? หรือเทียบ เท่ากับประเทศที่เจริญแล้ว เราได้เคยมีการศึกษาวิจัยระดับชาติด้วย เรื่องนี้หรือไม่ บัณฑิตที่ผลิตออกไปโดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นที่ยอม รับของสังคมเพียงใด? ในเมื่อเราได้ยินบ่อยครั้งกับคำวิพากย์ วิจารณ์ มากมาย จากผู้ใช้ผลผลิตของเรา

ในประเทศโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกาได้มีการตั้ง คำถามทำนองเดียวกันนี้ และในระหว่างปี ค.ศ.1991-1993 ได้มีการศึกษาและวิจัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับคุณภาพของบัณฑิตทั้ง ประเทศ จนได้กลายเป็นรายงานชิ้นสำคัญระดับชาติ ซึ่งมีชื่อว่า “An American Imperative : Higher Expectation for Higher Education” เสนอโดยคณะกรรมการระดับประเทศที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัย ต่างๆ กรรมการดังกล่าวมีชื่อว่า The Wingspread Group สาระสำคัญ ของการรายงานที่นำมาเสนอในที่นี้ คือ The Secretary’s Commission on Achieving Necessary Skills หรือ The SCANS Agenda ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะต่อสถาบัน การศึกษาทั้งประเทศให้มีการปรับปรุง ระบบการศึกษา และระบบการผลิตบัณฑิต คณะกรรมการมีความเชื่อ ว่าข้อเสนอแนะดังกล่าว คือ “FOUNDATION SKILLS and COMPETENCIES” สำหรับโลกสมัยใหม่

ทักษะขั้นพื้นฐานกับการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์

I. FOUNDATION SKILLS
สมรรถนะสำหรับทุกคนใน high - performance workplace ที่จำเป็นต้องมี

  1. Basic Skills : reading, writing, arithmetic and mathematics, speaking and listening.
    • Reading : บัณฑิตที่อ่านเป็นต้องสามารถบอกได้ว่า สิ่งที่อ่านนั้นมาจากไหน และสามารถ ตีความหมายของ written information ในเอกสารได้ เช่น คู่มือ กราฟ และข้อ กำหนด
    • Writing : มีความสามารถที่จะ communicate ความ คิดและข้อคิด ข้อมูล ข่าวสาร ใน การเขียน และสามารถทำ documents เช่น ข้อเสนอแนะ คู่มือ รายงาน กราฟ และ flow charts.
    • Arithmetic / Mathematics : มีความรู้คณิตศาสตร์ ขั้นพื้นฐานที่นำมาใช้ได้ รู้จักเลือกใช้ สูตรคณิตศาสตร์อย่างเหมาะสม จาก เทคนิคทางคณิตศาสตร์มากมาย
    • Speaking : สามารถจัดและลำดับ ความคิดและ communicate ด้วยวาจาได้อย่างมีคุณภาพ
    • Listening : สามารถฟังแล้วจับประเด็นได้ ตีความได้ และตอบรับกับ verbal messages and other cues.

  2. Thinking Skills : think creatively, make decisions, solve problems, visualize, know how to learn and reason.
    • Creative Thinking: สามารถ generate new ideas
    • Decision Making : ทักษะการคิดและตัดสินใจสามารถ specify เป้าหมาย และ constraints สามารถ generate ทางเลือก รู้จัก พิจารณาความเสี่ยงและรู้จักประเมิน รู้จักเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด
    • Problem Solving : รู้จักรับรู้ปัญหา และแสวงหาวิธี implement plan of action
    • Visualizing : รู้จักมองด้วยสายตาของปรัชญา สามารถ organize and process symbols, pictures, graphs, objects and other information.
    • Knowing how to learn : รู้จักวิธีเรียน และรู้จักการใช้ learning techniques และ สามารถประยุกต์ใช้ในสถาน- การณ์ใหม่
    • Reasoning : ค้นหาหลักการหรือสร้างกฎ เพื่อใช้ใน การหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่ง 2 สิ่ง และใช้หลักการที่ค้นพบในการแก้ ปัญหา

  3. Personal Quality : display responsibility, self-esteem, sociability, self- management, and integrity and honesty.
    • Responsibility : การแสดงความพยายามถึงขีดสุด และมุมานะที่จะบรรลุถึงเป้าหมาย
    • Self-Esteem : เชื่อในความสามารถของตนเอง รู้จักมองชีวิตเชิงสร้างสรรค์ positive view of self.
    • Sociability : สามารถปรับตัวได้ รู้จักสร้างมิตร ภาพ และรู้จักเข้าใจเห็นใจผู้อื่น
    • Self-Management : รู้จักประเมินและประมาณตัวเอง อย่างถูกต้อง ตั้งเป้าหมายของชีวิต และแสดงออกซึ่งความสามารถใน การบังคับควบคุมตนเอง
    • Integrity and honesty : ความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ซื่อสัตย์ สุจริต
II. COMPETENCIES
สมรรถนะสำหรับผู้ที่มีประสิทธิผลสูง จำเป็นต้องรู้จักใช้ ปัจจัยต่อไปนี้ อย่างได้ผลสูงสุด
  • Resources : บัณฑิตจะต้องรู้จักการบริหารและ การจัดการเรื่อง เวลา การเงิน วัสดุ สถานที่ และบุคลากร
  • Interpersonal Skills : บัณฑิตจะต้องรู้จักทำงานเป็นทีม เข้ากับคนอื่นได้ และสอนเขาให้ สามารถบริการคนอื่น เป็นผู้นำ ในการต่อรอง และทำงานกับคน ต่างวัฒนธรรมได้
  • Information : บัณฑิตจะต้องสามารถเข้าถึงข้อมูล และรู้จักประเมินข้อมูล จัดระบบ ข้อมูลและจัดเก็บในรูป Filing สามารถสื่อสารและใช้ computer ในการ process information
  • Systems : บัณฑิตจะต้องสามารถเข้าใจเรื่อง ของระบบ รู้จักระบบสังคม องค์กร และเทคโนโลยี สามารถทำงานและ บริหารอย่างได้ผลกับระบบต่าง ๆ บัณฑิตต้องสามารถวิเคราะห์ตรวจ สอบ และปรับปรุงขีดความสามารถ อีกทั้งยังสามารถออกแบบ และ ปรับระบบให้เข้ากับสภาพขององค์กร ที่มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาได้
  • Technology : บัณฑิตต้องสามารถเลือกใช้เครื่อง มือ อุปกรณ์และประยุกต์ใช้กับงาน ได้อย่างเหมาะสม และสามารถที่ จะคงไว้ หรือแก้ไขเครื่องมือและ อุปกรณ์นั้นได้

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า “ความรู้เป็นสากล” และมหาวิทยาลัย มีความเป็นสากลในตัวเอง ดังเป็นที่ประจักษ์ในประวัติศาสตร์ของ มนุษยชาติว่า ที่ไหนมีมหาวิทยาลัย ที่นั่นเป็นศูนย์การเรียนรู้ และ สามารถดึงดูดบรรดาผู้ใฝ่รู้ทั้งหลายจากทุกทิศทุกทาง ที่มุ่งหน้ามา แสวงหา “ปัญญา” (wisdom) เพื่อพัฒนาตนเองจนสำเร็จการศึกษา แล้วออกไปพัฒนาสังคมต่อไป

จากข้อมูลเบื้องต้นดังที่กล่าวมา เราจะเห็นได้ว่า ทักษะขั้น พื้นฐานและการเสริมสร้างสมรรถนะระดับปริญญาตรีให้แก่บัณฑิต เป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าบัณฑิตผู้นั้นจะเลือกเรียนปริญญาตรีในสาขาใดหรือคณะใด เงื่อนไขของการเพิ่มขีดความสามารถเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เฉพาะ สำหรับบัณฑิตในโลกตะวันตกเท่านั้น แต่หมายถึงบัณฑิตทั่วโลก อีกด้วย

สำหรับประเทศไทยเรานั้น มหาวิทยาลัยควรจะมุ่งเน้น ปรับปรุง และพัฒนาการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นต้น ในหมวด วิชาการศึกษาทั่วไป ซึ่งมีจำนวนหน่วยกิต 30–36 หน่วยกิต ให้มี ความเข้มข้น ทัดเทียมนานาอารยประเทศ สถาบันการศึกษาต้อง ประเมินตนเองและเอาจริงกับมาตรฐานการศึกษาตามครรลองของ วิสัยทัศน์และพันธกิจที่มีเขียนไว้ ผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา เข้าใจถึงปรัชญาและจุดมุ่งหมายของมหาวิทยาลัยเพียงใด สิ่งที่น่า จะทำมากที่สุดในเวลานี้ คือ ในระบบของ The New Economy* เราจำเป็นต้อง internationalize และ digitize หลักสูตรและระบบ การเรียนการสอน เป็นต้น ในยุค cyberspace ซึ่งมีการปฏิรูปการ ศึกษาแบบถอนรากถอนโคนกัน คือ จะต้องมี new paradigm เช่น customized learning plan, etc. ทั้งนี้ เพื่อว่านักศึกษาของเราจะ ได้เข้าถึงวิทยาการความรู้จากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก สามารถมีปฏิ-สัมพันธ์ในขณะเรียนกับนักศึกษาอื่นในภูมิภาคและในโลก พร้อมทั้ง เน้นด้านการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่เก่งพร้อมด้วยวุฒิ ภาวะเชิงศีลธรรมด้วย จึงจะทำให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนต่อไป


* ตามทรรศนะใน Encyclopedia of The New Economy เมื่อเราพูดถึงเรื่อง The New Economy เรามักจะเข้าใจว่า นั่นคือ “เศรษฐกิจแบบใหม่” ซึ่งก็มีส่วนถูก แต่ความหมายของ The New Economy มีนัยสำคัญมากกว่านี้ สำหรับยุคโลกา-ภิวัตน์ หมายถึงโลกของตลาดแรงงานซึ่ง knowledge worker ทำงานโดยใช้สมอง มากกว่าใช้มือทำ เป็นโลกใหม่ที่ใช้ เทคโนโลยีการสื่อสาร สร้างการแข่งขันเชิงธุรกิจ ในโลกดังกล่าว knowledge worker ไม่เพียงแต่ใช้ laptop computers เป็น แต่ยังรวมถึงการปฏิวัติระบบการเงินและระบบการธนาคารแบบใหม่อีกด้วย The New Economy ยังหมายถึงการรู้จักใช้ “นวตกรรม” ซึ่งสำคัญกว่า “mass production” ในโลกแบบใหม่นี้ การลงทุนหมายถึง การซื้อความคิดใหม่หรือ concepts ใหม่ มากกว่าการซื้อ วัสดุและเครื่องจักรอุปกรณ์เพราะในโลกใหม่นี้สิ่ง ที่แน่นอนคือการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้กลายเป็น สิ่งถาวร หรือ constant เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน ดุจดังการ ปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเข้ามาแทนที่ยุคเกษตรกรรม ฉะนั้นจึงเป็นโลกใหม่ซึ่ง แตกต่างจากยุคเก่า ๆ โดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจจะเรียกว่า “การปฏิวัติ” ก็ว่าได้
	


	
	
ABAC Newsletter Assumption University, Thailand