
โรคฉี่หนู (Leptospirosis)
อาจารย์วิไลลักษณ์ ภู่ศิริ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ประชาชนในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทย ได้ประสบปัญหาน้ำท่วม อันเนื่องมาจากพายุโซนร้อน เป็นเหตุให้บ้านเรือน เรือกสวน ไร่นา ได้รับความเสียหาย และ ผู้คนเสียชีวิต รวมทั้งเกิดโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากความไม่สะอาดของ น้ำ หรือจากการที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ๆ เป็นจำนวนมากมาย ซึ่งโรคอย่างหนึ่งที่ระบาดจากสภาวะดังกล่าว คือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis) อันเป็นสาเหตุให้ประชาชนต้องเสียชีวิต หรือเจ็บ ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก โรคฉี่หนู (Leptospirosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อยในประเทศ เขตร้อน เป็นโรคที่เกิดขึ้นในสัตว์ และแพร่กระจายไปยังมนุษย์ ในประเทศไทยพบโรคนี้ได้แทบทุกจังหวัด พบมากในบุคคลที่มี อาชีพที่ต้องย่ำน้ำ เช่น ทำนา ทำสวน เก็บขยะ ขุดท่อ เลี้ยงสัตว์ ทำงานในโรงงานฆ่าสัตว์ ทำเหมืองแร่ สัตวแพทย์ ตลอดจนนัก ท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางผจญภัย ประเทศไทยพบโรคนี้ได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบมากในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วง ที่มีน้ำขัง หรือเกิดภาวะน้ำท่วม
อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนู (Leptospirosis)
โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่าเชื้อเล็ปโตสไปรา (Leptospira) เชื้อนี้จะพบอยู่ในไตของทั้งสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง เช่น หนูนา หนูท่อ หนูพุก ตัวเสนียด (skunk) สัตว์คล้ายหมีเล็กใน อเมริกาเหนือ (raccoon) สุนัขจิ้งจอก กระรอก พังพอน สัตว์ที่มี ขนแหลมคล้ายเม่น กระต่ายป่า กระต่าย กวาง สุนัข แมว หมู วัว ควาย แกะ และม้า เป็นต้น สัตว์เหล่านี้จะปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะ มนุษย์ก็จะรับเชื้อจากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน ปัสสาวะของสัตว์เหล่านี้ หรือเกิดจากการเดินลุยน้ำ หรืออาบน้ำที่ ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์เหล่านั้น นอกจากนี้เชื้อยังสามารถเข้าทาง บาดแผล หรือทางเยื่อจมูก ปากหรือตาได้ เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะมี ขนาดเล็กมาก ที่ปลายข้างหนึ่งมีลักษณะคล้ายตะขอ (hook) แบคทีเรียเล็ปโตสไปรา จะตายอย่างรวดเร็วถ้าอาศัยอยู่ในน้ำกร่อย หรือน้ำที่เป็นกรดแต่จะมีชีวิตอยู่ได้นาน 3 เดือน หรือนานกว่า ถ้าได้อาศัยอยู่ในน้ำที่เป็นกลาง หรือเป็นด่างเล็กน้อย
ได้รับเชื้อนี้แล้วนานเท่าไรจึงจะมีอาการ
ระยะฟักตัว (incubation period) ประมาณ 2-20 วัน โดยเฉลี่ย 10 วัน
อาการอะไรที่จะแสดงให้ทราบว่าท่านได้รับเชื้อเล็ปโตสไปรา
อาการที่เกิดจากการติดเชื้อเล็ปโตสไปรา ได้แก่
- มีไข้ หนาวสั่น เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
- ปวดบริเวณกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณน่อง
- ปวดศีรษะรุนแรง
- ตาอักเสบ
- ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เบื่ออาหาร
- อาจมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง หลังจากมีไข้ ซึ่งเกิด จากการที่ตับถูกทำลาย และเกิดภาวะตับอักเสบ และมี ตับโตได้
- มีจุดแดงจ้ำเขียวขึ้นตามผิวหนัง มีเลือดออกที่เยื่อบุตา ขาว มีเลือดกำเดา
- อาจไอ อาเจียน ถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะเป็นเลือด ในรายที่เป็นมากอาจทำให้เกิด
- ภาวะไตวาย ซึ่งจะทำให้มีปัสสาวะน้อย หรือไม่มีปัสสาวะ เลย และมีการคั่งของของเสียภายในร่างกาย
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
- มีเลือดออกในร่างกาย
จะตรวจวินิจฉัยโรคฉี่หนู ได้อย่างไรบ้าง
สามารถตรวจวินิจฉัย โดย
- การตรวจเลือด จะพบว่า
- จำนวนเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ อาจสูงถึง 50,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร (ค่าปกติ 5,000 - 10,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร)
- อัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น
- จำนวนเกร็ดเลือดลดลง
- เพิ่มระดับ BUN, Creatinine และ Bilirubin ในเซรัม
- การตรวจปัสสาวะ พบ
- ไข่ขาว
- เม็ดเลือดแดง
- เม็ดเลือดขาว
- การตรวจน้ำไขสันหลัง โดยการเจาะหลัง ในรายที่มี อาการปวดศีรษะรุนแรง หรือสงสัยเป็นเยื่อหุ้มสมอง อักเสบ
- การเพาะเชื้อจากเลือด ปัสสาวะ และน้ำไขสันหลัง
- การทดสอบทางน้ำเหลือง เพื่อหาระดับแอนติบอดี ต่อเชื้อนี้ ซึ่งพบว่าสูงขึ้น
มีวิธีการรักษาโรคฉี่หนูได้อย่างไร
- ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินจี เตตราไซคลีน หรือดอก- ซีไซคลีน ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
- ให้การรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ให้น้ำเกลือ ให้เลือด ถ้ามีภาวะไตวาย ต้องทำการฟอกล้างของเสีย หรือทำไดอะไลซีส
โรคฉี่หนู (Leptospirosis) สามารถป้องกันได้จริงหรือ
โรคนี้สามารถป้องกันได้ ดังนี้
- การให้ยาปฏิชีวนะแก่บุคคลในกลุ่มเสี่ยง
- การฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันโรค
- ควบคุมปริมาณหนู และสัตว์ที่เป็นพาหะโรค
- หลีกเลี่ยงการเดินย่ำในน้ำ หรือ การอาบน้ำในคลอง แม่น้ำที่น้ำไม่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบาดแผล
- สวมรองเท้าบู้ท เมื่อต้องเดินย่ำในน้ำ ใส่ถุงมือเมื่อต้อง สัมผัสกับน้ำที่สกปรกซึ่งอาจปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ที่ เป็นพาหะโรค รวมทั้งรักษาสุขอนามัยโดยทั่วไป และ การรับประทานอาหาร
- ปรับสภาพน้ำให้อยู่ในสภาวะที่เป็นกรดเล็กน้อย เนื่อง จากเชื้อตัวนี้จะตายอย่างรวดเร็ว ถ้าอาศัยอยู่ในน้ำที่มี สภาพเป็นกรด แต่จะมีชีวิตอยู่ได้นาน 3 เดือน หรือ มากกว่า ถ้าอาศัยอยู่ในน้ำที่มีสภาพเป็นกลาง หรือ เป็นด่างเล็กน้อย
เอกสารอ้างอิง
Alcamo, I.E. 1997. Fundamentals of Microbiology. 5th ed.
Addison - Wesley Longman, Inc., Menlo Park,
California : 261 - 262.
Black, J.G. 1993. Microbiology : Principles and Applications. 2nd ed. Prentice - Hall, Inc., Englewood Cliffs, New Jersey : 418, 695, 713.
Christie, A.B. 1980. Infectious Diseases : Epidemiology and Clinical Practice. 3rd ed. Churchill Livingstone, New York
: 848 - 861.
Spira, A. January 27, 1998. Leptospirosis. Travel Medicine for the Adventure Traveler.
http://www. armchair. com/info/spira 6.htm