ABAC NewsletterHomeEducationNews ActionPic ActionVisitService Social

 

การฆ่าตัวตายในวัยรุ่น
อาจารย์ วนิตา อินทบุหรั่น

 

 

คณะกรรมการวิชาการ สสอท. เยี่ยมชม มหาวิทยาลัย ในมาเลเซีย และสิงคโปร์

พูดคุยกับศิษย์เก่า คณะบริหารธุรกิจ "อาจารย์ จรรย์จารี ธรรมา"

ความร่วมมือ ทางวิชาการ

มูลนิธิ "ภราดาประทีป มาร์ติน โกมลมาศ 60 ปี"

 

 

 

การฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่น

อาจารย์วนิตา อินทบุหรั่น
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ปัญหาการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นนับวันจะยิ่งมีความรุนแรงเพิ่ม มากขึ้นทุกทีไม่ว่าจะในประเทศไหนๆ ในโลกนี้ ถ้าได้ทราบสถิติ และแนวโน้มของปัญหานี้ในวัยรุ่น จะยิ่งทำให้รู้สึกตกใจมากขึ้น

Edwin Schneidman (1998) ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า Suicide ว่าเป็นการกระทำที่รู้สึกตัว ที่จะทำร้ายตนเอง ถึงแก่ชีวิตโดย มุ่งหวังว่าวิธีนี้ จะทำให้ความล้มเหลว หรือปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข อย่างดีที่สุด

Foundation of San Diego. (1999) ได้กล่าวถึงสถิติที่น่า ตกใจของการฆ่าตัวตาย ในวัยรุ่นว่าเป็นสาเหตุ สำคัญอันดับที่ 2 ที่ทำให้เด็กอายุ 15-24 ปี เสียชีวิต 1 ใน 5 ของวัยรุ่นมีความคิด อยากฆ่าตัวตาย ในขณะที่ 1 ใน 10 เคยพยายามฆ่าตัวตาย (แม้จะ ไม่สำเร็จ) สำหรับวัยรุ่นที่กระทำการ ฆ่าตัวตายสำเร็จเคยมีความ พยายามกระทำมาก่อนแล้วถึง 20 ครั้ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ 95% ของการทำอัตวินิบาตกรรม ในวัยรุ่นนั้น สามารถป้องกันได้

ถึงแม้ว่าสถิติที่คัดลอกมาเป็นของคนอเมริกา ซึ่งมีความ แตกต่างกันใน ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม แต่คงไม่มี ใครปฏิเสธว่าเราอยู่ในโลกไร้พรมแดน ขณะเดียวกันระบบครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยที่แข็งแกร่ง ของคนไทยเริ่มอ่อนแอลง ดังนั้นคงจะเป็น ประโยชน์ไม่น้อย ถ้าเราจะศึกษาแนวโน้มเหล่านี้ไว้บ้าง

Eric Erickson กล่าวไว้ว่าวัยรุ่น เป็นวัยของการเลียนแบบ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์การฆ่าตัวตายขึ้น วัยรุ่นที่พบเห็นก็จะเกิด ความคิดต่าง ๆ ในจิตใจโดยไม่มีใคร ล่วงรู้ความคิดของวัยรุ่น เหล่านั้น ได้เลยว่าเขาหรือเธอกำลังคิดอะไรอยู่ อาจมีความคิดว่า “สิ่งนี้เองที่ ทำให้คนอย่างฉันซึ่งไม่เคยมีใครใส่ใจเลย เริ่มเห็นคุณค่าในตัวฉัน” โอกาสที่วัยรุ่น จะเลียนแบบก็มีมากขึ้น

Suicide แบ่งตามลักษณะการกระทำได้ดังนี้

  1. Gesture Suicide เป็นการกระทำอัตวินิบาตกรรม เพื่อ ให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ (Secondary Gain) โดยที่ผู้กระทำ มิได้มีความ ตั้งใจที่จะจบชีวิตลงจริง ๆ ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดการทำอัตวินิบาตกรรม ชนิดนี้ ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับลักษณะ ของบุคลิกภาพ ของคนคนนั้นเอง มากกว่า หลาย ๆ คนที่มีประสบการณ์กับคนที่เคยกระทำ Gesture Suicide มักจะมีความคิดว่ารำคาญ ชอบเรียกร้องความสนใจ หรือ ไม่ก็คิดว่า “ช่างเถอะเห็นขู่ มาหลายหนแล้ว คงจะไม่ทำจริงหรอก” แต่อยากชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่เขากระทำนั้น เป็นวิธีการส่งเสียง ร้องขอความ ช่วยเหลือ “Cry for Help” กลุ่มคนเหล่านี้ มักจะถูกละเลยหรือบาง ครั้งอาจจะถูกทำให้เสียหน้า จากคำพูดหรือกริยา บางอย่างเช่น “ไม่กล้า จริงหรอก” ซึ่งบ่อยครั้งที่ทำให้จบลง ด้วยความสำเร็จของการทำ อัตวินิบาตกรรม จากสถิติในเด็กวัยรุ่นอเมริกันพบว่า เด็กวัยรุ่นที่ กระทำอัตวินิบาตกรรมสำเร็จมีความพยายามกระทำมาก่อนประมาณ 20 ครั้ง (Foundation of San Diego, 1999)
  2. Commit Suicide เป็นความตั้งใจที่จะจบชีวิตลงด้วยการ อัตวินิบาตกรรมด้วยวิธีต่าง ๆ ในผู้ชายซึ่งเลือกที่จะใช้วิธีที่รุนแรงกว่า และกระทำสำเร็จมากกว่าในผู้หญิง ในขณะที่ผู้หญิงพบอุบัติการณ์ มากกว่าในผู้ชายถึง 3 : 1 แต่ผู้ชายกระทำสำเร็จมากกว่าผู้หญิง 3 : 1 เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะกระทำการอัตวินิบาตกรรมระยะหนึ่ง มักจะมีสัญญาณเตือนให้ผู้ใกล้ชิดรู้ก่อนเสมอ (Warning Signs or Signals) ถ้าผู้ใกล้ชิดให้ความสนใจจะสามารถสังเกตเห็นได้เราก็ สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

สาเหตุของ Suicide
มีผู้เชี่ยวชาญจำแนกไว้หลายสาเหตุด้วยกัน แต่พอจะสรุป รวมได้ดังนี้คือ

  1. กลุ่มอาการทางจิต (Psychotic) ที่เรียกว่าเสียสติหรือ จิตวิปลาส คนเหล่านี้จะมีความผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความผิดปกติของพฤติกรรม เช่น พูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว เดินเปลื้องผ้า เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีความผิดปกติของความคิด และการรับรู้อีกด้วย เช่น เห็นภาพหลอน คิดว่าตนเองเป็นพระเจ้า มีคนตามปองร้าย เป็นต้น ซึ่งความผิดปกติแบบนี้มีโอกาสที่จะทำ ให้คนเหล่านี้ฆ่าตัวตายได้มากที่สุด ความผิดปกติของอารมณ์และ ความคิดนี้เอง อาจจะทำให้สังเกตได้ยากสักหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่เคยมี ประสบการณ์กับผู้ป่วยเหล่านี้ อาจจะทำให้ถูกละเลย ไม่ได้รับการรักษา อย่างเหมาะสมจากจิตแพทย์ โดยใช้ยา พฤติกรรมบำบัด จิตบำบัด และอื่น ๆ ร่วมกัน การเสียสติ (Psychotic) นี้มีสาเหตุมาจาก
    • ความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ผลของยาและสารเสพติด ที่รู้จักกันบ่อย ๆ คือยาบ้า แอลกอฮอล์ การได้รับความกระทบ กระเทือนหรือโรคทางสมอง เป็นต้น อย่างไรก็ตามการใช้ยาและ สารเสพติดก็เป็นผลพวงมาจากความเจ็บป่วยทางจิตใจมาก่อน
    • ความผิดปกติทางจิตใจ เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า
  2. การสูญเสีย (Loss) การสูญเสียที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ หมายถึงการสูญเสียสิ่งที่มีค่าและเป็นที่รักทุกอย่าง เช่น การสูญเสีย ภาพลักษณ์ของตนเอง คนรัก อนาคต สุขภาพที่ดี การเคารพต่อตนเอง เป็นต้น ดังนั้นการทำอัตวินิบาตกรรมนี้จริงๆ แล้วเป้าหมายมิได้อยู่ ที่การตายแต่จะอยู่ที่การหยุดหรือสิ้นสุดของความเจ็บป่วย ถึงแม้ ว่าการสูญเสียในเบื้องต้น ไม่ได้นำไปสู่การทำอัตวินิบาตกรรม แต่ก็ สามารถที่จะเพิ่มความรุนแรงจนกลายเป็นความผิดปกติทางจิตใจได้ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือผ่านกระบวนการปรับตัวที่เหมาะสม โดยมีผู้ที่คอยสนับสนุนและประคับประคองทางด้านจิตใจ
  3. ความก้าวร้าว (Aggressive) เป็นความโกรธบุคคลใด บุคคลหนึ่งซึ่งมีความสำคัญต่อตนเอง Sigmund Freud กล่าวว่า ความโกรธ ความก้าวร้าว เมื่อไม่สามารถแสดงออกไปสู่คนภายนอกได้ ก็จะหันกลับมาที่ตัวเอง โดยเฉพาะกับบุคคลที่มีความสำคัญ เช่น บิดา มารดา คนรัก เป็นต้น โดยกลายเป็นอาการซึมเศร้าจนกระทั่งทำร้าย ตนเองได้ แต่ผลที่ตามมาเมื่อกระทำอัตวินิบาตกรรมสำเร็จแล้ว ความโกรธ ความก้าวร้าวที่มีต่อบุคคลอื่นได้แสดงออกอย่างประสบ ผลสำเร็จกล่าวคือ บุคคลผู้ที่เป็นคู่กรณีจะรู้สึกมีความละอายใจไป จนชั่วชีวิต นอกจากนั้นสังคมภายนอกมักจะเห็นใจผู้เสียชีวิตจากการ กระทำนี้ ก็จะช่วยประณาม และตำหนิตลอดไป ตัวอย่างที่เห็นชัด เมื่ออกหักก็รู้สึกสูญเสียภาพลักษณ์ของตนเอง และขณะที่อยู่ใน อารมณ์โกรธ ก็ตัดสินใจทำร้ายตนเอง และในที่สุดความโกรธ ความก้าวร้าวที่มีต่อคนรักก็สามารถได้รับการส่งผ่านไปยังคู่กรณีได้ สำเร็จดังกล่าวมาแล้ว

Warning Signs of Suicide

  1. Suicidal Threats เช่น “ฉันไม่น่าเกิดมาเลย” “ทุกคน จะรู้สึกดีขึ้นนะ ถ้าไม่มีฉันอยู่”
  2. Withdrawal ปัญหาเรื่องการเรียนอาจเป็นตัวบ่งชี้ของ การแยกตัว
  3. Depression มีอารมณ์ของการสิ้นหวัง ท้อแท้ ละอายใจ รู้สึกบาป เป็นต้น
  4. อารมณ์แปรปรวน เมื่ออารมณ์สงบลงอาจเกิดความรู้ สึกอยากฆ่าตัวตาย
  5. บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนแปลงใน พฤติกรรมการกินและการนอน
  6. มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง เช่น ขับรถด้วยความเร็วสูง สำส่อนทางเพศ การใช้ยาและสารเสพติด
  7. ประสบการณ์หรือกำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เลว ร้ายในชีวิต
  8. แจกจ่ายสิ่งของที่หวงแหนและมีค่าของตนเองให้กับ บุคคลอื่น ๆ

วิธีการที่จะช่วยเหลือวัยรุ่นที่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

  1. จัดการกับความรู้สึกของตัวเองก่อน เข้าใจความรู้ สึกของตนเองว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อรับทราบถึงความคิดนี้ และทำความเข้าใจว่าเมื่อเวลานั้นเขาคงรู้สึกว่าความ เจ็บปวดต่อการมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ทุกข์ทรมานกว่าความ กลัวตาย
  2. ฟัง อย่าเพิ่งร่ายยาว พยายามทำความเข้าใจเรื่องราว ทั้งหมดว่าใจความสำคัญนั้นอยู่ตรงไหน
  3. ยอมรับสิ่งที่เขาเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจ อย่าเพิ่งด่วนสรุป อะไรบนพื้นฐานของประสบการณ์ตนเอง
  4. ถามตรงถึงความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
  5. ถามและพยายามทราบให้ได้ว่ามีการวางแผนที่จะ ฆ่าตัวตายหรือไม่
  6. พยายามหาประเด็นสำคัญของปัญหา และคิดเสมอ ว่าคนที่กำลังอยู่ในความเศร้ามักจะมองอะไรในแง่ร้าย ตลอดเวลา
  7. ช่วยหาหนทางออกอื่น ๆ นอกจากการฆ่าตัวตาย
  8. ช่วยทบทวนถึงวิธีแก้ปัญหาที่เขาเคยใช้ได้ผลมาก่อน
  9. พยายามหาจุดแข็งแกร่งภายในจิตใจของเขาและ บุคคลอื่น ๆ ที่จะช่วยประคับประคองจิตใจได้
  10. อย่าเพิ่งเชื่อว่าเขาล้มเลิกความคิดฆ่าตัวตายแล้ว ความคิดนี้อาจจะกลับขึ้นมาใหม่เมื่อเขาอยู่ตามลำพัง
  11. จัดเตรียมติดต่อบุคคลที่ช่วยเหลือเขาได้หลังจากนั้น ในระหว่างนั้นจงเป็นผู้ฟังที่ดี
  12. อย่าทำอะไรทุกอย่างคนเดียว หาผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง และผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางเข้าช่วยเหลือ เช่น ญาติ บิดามารดา เพื่อนสนิทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรืออาจจะสรุปวิธีการง่าย ๆ ได้ 3 อย่าง คือ
    1. Stop what you are doing และ Stay with that person.
    2. Listen seriously
    3. Take the person to someone who can help, if you cannot.

 

ABAC Newsletter Assumption University, Thailand