สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอเมริกันกำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับวิทยาการรหัสลับอยู่สภาละร่าง ซึ่ง แตกต่างกัน
ร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร เสนอให้ผ่อนผันการควบคุมการใช้วิทยาการรหัสลับ แต่ร่างของวุฒิ สภากลับเสนอให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
การผ่อนผันหรือการเข้มงวดนี้ก็อยู่ที่กุญแจรหัสลับ ฉะนั้น คงจะต้องมาอธิบายกันหน่อยว่ากุญแจรหัสลับนี้คืออะไร
การใช้รหัสลับคือ การแปลงข้อความที่อ่านเข้าใจให้เป็นสิ่ง ที่อ่านไม่ออก ผู้พบเห็นจะได้ไม่ทราบว่าข้อความนั้นคืออะไร เช่น ถ้าข้อความที่จะส่งถึงกันในภาษาอังกฤษคือ IBM อาจเข้ารหัสเป็น HAL โดยมีกุญแจรหัสเป็นเลข 1 นั่นคือ เข้ารหัสโดยแทนตัวอักษร ตัวใดตัวหนึ่ง โดยตัวอักษรก่อนหน้านั้นเช่น จาก I เป็น H และจาก B เป็น A เป็นต้น
อีกตัวอย่างหนึ่งของการเข้ารหัส เป็นวิธีที่เสนอโดยจูเลียส ซีซาร์ (Julius Ceasar) ชาวโรมันผู้มีชื่อเสียงในสมัยโบราณ ผู้เสนอ ให้เข้ารหัสโดยใช้กุญแจรหัสเป็นเลข 3 นั่นคือถ้าข้อความต้นฉบับ เป็นตัว A ก็เข้ารหัสเป็นตัวอักษรที่ถัดไป 3 ตัว คือ D ฉะนั้น ข้อความต้นฉบับ IBM ก็จะเข้ารหัสเป็น LEP
ส่วนการถอดรหัสก็คือ การเอาข้อความที่เข้ารหัสแล้วนั้นมา แปลงกลับเป็นข้อความต้นฉบับ เช่น ถ้าตอนเข้ารหัสเลื่อนตัวอักษร ไปข้างหลัง 1 ตัว เวลาถอดรหัสก็เลื่อนตัวอักษรไปข้างหน้า 1 ตัว ซอฟต์แวร์สำหรับเข้ารหัสและถอดรหัสนี้ ปัจจุบันก็มีผู้ทำเป็น ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปออกขายโดยใช้สูตรการเข้าและถอดรหัสแบบ ต่าง ๆ
สูตรการเข้ารหัสนี้ อาจจะง่าย ๆ อย่างของจูเลียส ซีซาร์ หรืออาจจะสลับซับซ้อนมากมายอย่างไรก็ได้ ในกรณีรหัสลับของ จูเลียสซีซาร์ ซึ่งง่ายมากนั้น ในสมัยโบราณใช้ได้ดี เพราะมีคน อ่านหนังสือออกจำนวนน้อย ถ้านำมาใช้ในปัจจุบันก็จะใช้ไม่ได้ ผล เพราะคนที่อ่านหนังสือออกก็จะเดาได้อย่างง่ายดาย
จากกุญแจรหัสเป็นเลขตัวเดียว ก็ได้มีการปรับปรุงกุญแจ
รหัสเป็นเลขหลาย ๆ ตัว เช่น ตอนแรกใช้เป็นเลข 40 ตัว ซึ่งถ้าคิด ในใจก็คงจะตีรหัสให้แตกยาก แต่ถ้าคิดโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ก็คงตีรหัสให้แตกได้ไม่ยากนัก ฉะนั้น จึงต้องปรับปรุงให้ยากขึ้น โดยการทำสูตรการเข้ารหัสให้ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น และใช้กุญแจ รหัสให้ยาวขึ้น
มีอยู่พักหนึ่งในอเมริกา ใช้กุญแจรหัสเป็นเลขยาว 128 ตัว ซึ่งคิดว่าคงจะปลอดภัยนั่นคือ ผู้ที่ไม่รู้กุญแจคงจะตีรหัสแตกลำบาก ปรากฏว่ามีอาจารย์ในฝรั่งเศสเอาคอมพิวเตอร์ 100 ตัว มาช่วยกัน เดากุญแจรหัสและสามารถเดาได้ภายใน 24 ชั่วโมง การเดาก็คงจะ คล้าย ๆ การเดารหัสผ่าน ATM ที่เรียกว่า PIN หรือ Personal Identification Number ซึ่งเป็นเลข 4 ตำแหน่ง อาจจะเดาว่าเป็น 0000, 0001, 0002, เรื่อย ๆ ไป จนถึง 9999 ก็ต้องพบกุญแจ รหัสตัวจริง ฉะนั้นก็ต้องขยายกุญแจรหัสเป็น 1024 ตัว หรือ 2048 ตัว และต่อ ๆ ไป เพื่อให้เดากุญแจรหัสได้ยากขึ้น
ในร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณากันอยู่ในวุฒิสภา อเมริกันนั้นเสนอให้ทุกคนที่ใช้รหัสลับส่งสำเนากุญแจรหัสไปเก็บไว้ กับหน่วยงานใหม่ที่รัฐบาลจะตั้งขึ้น ทั้งนี้ผู้เสนอระบุว่ามีประโยชน์ สำคัญ 2 ประการ คือประการที่ 1 หน่วยงานของรัฐบาล เช่น สันติบาล สามารถนำกุญแจรหัสลับสำรอง นี้ไปถอดรหัสข้อความที่สงสัย ว่าจะเป็นการส่งติดต่อสื่อสาร กันระหว่างผู้ร้ายและประโยชน์ประการ ที่ 2 ก็คือถ้าใครทำกุญแจรหัสของตัวเองหายหรือลืม ก็สามารถไป ขอสำเนามาจากรัฐบาลได้
กล่าวกันว่าวิทยาการรหัสลับนี้กำลังมีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เพราะข่าวสารข้อมูลในสมัยปัจจุบัน อาจจะมีความสำคัญ ยิ่งกว่าทอง ผู้เป็นเจ้าของข่าวสารข้อมูล จึงอยากจะเก็บรักษาไว้ เป็นความลับ เพื่อให้เป็นประโยชน์ของตัวเอง หรือไว้ขายให้ผู้อื่นก็ได้ การเก็บรักษา ข้อมูล ให้เป็นความลับ ก็ทำได้โดยการเข้ารหัส หรือใช้วิทยาการรหัสลับ
ประธานาธิบดีคลินตันแห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศว่า จะไม่กีดกันการใช้วิทยาการรหัสลับในประเทศอเมริกา แต่จะห้ามชาว อเมริกันส่งซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเข้าและถอดรหัสออกนอกประเทศ ถ้าใช้กุญแจรหัสยาวกว่า 40 ตัว การทำแบบนี้ก็ทำให้ชาวประเทศอื่น ไม่ซื้อซอฟต์แวร์รหัสลับจากอเมริกา เพราะซื้อที่อื่นจะได้รับการ คุ้มครองป้องกันที่ดีกว่า ฉะนั้น บริษัทผลิตซอฟต์แวร์ในอเมริกาก็ พยายามหาทางให้รัฐบาลผ่อนผัน ก็เลยมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ในสภาผู้แทนราษฎร ให้ผ่อนผันการควบคุมวิทยาการรหัสลับ ร่างพระราชบัญญัติ นี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมลงนามเป็นผู้เสนอ ถึง 253 คน ซึ่งมากพอที่จะลงมติรับรองในสภาได้
ร่างพระราชบัญญัติวิทยาการรหัสลับของสภาผู้แทนราษฎร อเมริกันนี้ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลกังวลว่า ถ้าผ่านออกไปจะทำให้ผู้ร้ายนำ วิทยาการรหัสลับไปใช้ แล้วทางรัฐบาลก็จะอ่านข้อความที่ผู้ร้ายส่งถึง กันไม่ออก มีสถิติที่รวบรวมไว้ในอเมริกาว่ามีคดีกว่า 500 คดี ที่ผู้ร้าย นำวิทยาการรหัสลับไปใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ทั้งในด้านการก่อ การร้าย ด้านการพนัน ด้านการซื้อขายยาเสพย์ติด ด้านการปลอม แปลงธนบัตร และด้านการจารกรรม
ตัวอย่างคดีดัง ๆ ด้านการก่อการร้ายก็มีคดีในญี่ปุ่นที่ตำรวจ
พบก๊าซพิษในรถไฟใต้ดิน แล้วตำรวจก็ไปพบกุญแจรหัสลับอยู่ใน แผ่นดิสก์ที่ยึดมาได้จากผู้ร้ายอีกแห่งหนึ่ง จึงสามารถถอดรหัสข้อมูล ที่ผู้ร้ายเก็บไว้ พบว่าผู้ร้ายกำลังวางแผน จะนำก๊าซพิษนั้น ไปโจมตีทั้ง ในอเมริกาและในญี่ปุ่น
อีกตัวอย่างหนึ่งคือในการจับผู้ร้ายด้านยาเสพย์ติด ซึ่ง ตำรวจที่รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกายึดแฟ้มข้อมูลที่เข้ารหัสไว้มาได้ แต่ไม่สามารถถอดรหัส จึงไม่สามารถนำข้อมูลในแฟ้มนั้นไปใช้ใน การลงโทษผู้ร้ายหรือติดตามจับผู้ร้ายเพิ่มเติม
ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า กว่าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในอเมริกาจะลงมติกันก็คงจะมีการแปรญัตติในสภาทั้งสองอีก มากมายหลายประเด็น ฉะนั้น ท่านผู้สนใจก็ควรจะติดตาม ข้อมูลในอินเตอร์เนต และอาจจะนำมาดัดแปลง เสนอเป็นพระราชบัญญัติ ในสภาไทยด้วยก็ได้