จุลสาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ABAC Newsletter
เดือนมีนาคม - เมษายน 2542 B a c k

ประสบการณ์ในยุโรปตะวันออก

ดร. ชวลิต หมื่นนุช
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร

ท่านอธิการบดี ได้รับเชิญให้เดินทางไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย ในประเทศบัลกาเรียและประเทศโรมาเนีย ด้วยความเอื้อเฟื้อและการ ประสานงานของท่านเอกอัครราชทูตบัลกาเรียและท่านเอกอัครราชทูต โรมาเนียประจำประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25-30 กันยายน 2541 โดยท่านอธิการบดี ได้กรุณาให้ผู้เขียน เดินทางร่วมไปด้วย นับเป็นการเดินทางที่ทรงคุณค่ายิ่ง เพราะการเดินทางครั้งนี้ เป็นหนทางนำไปสู่ ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และมิตรภาพอันไร้พรมแดน (friendship beyond frontiers) ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ ที่เน้นความเป็นสากล ซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทำให้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งกันและกันกลาย เป็นความสัมพันธ์ ที่จะนำไปสู่การทำงาน และการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และสันติภาพ ที่ยั่งยืนต่อไป ในอนาคต

จุดเริ่มแห่งความสัมพันธ์

การที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เปิดดำเนินการและจัดการ ศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ มาตั้งแต่แรก ซึ่งได้เริ่มโครงการนี้ตั้ง แต่ปี พ.ศ. 2512 และได้มีการสถาปนา อย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2515 มหาวิทยาลัยได้พัฒนาและขยาย คณะวิชาสาขาวิชาต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับมา ทำให้มีทูตและทูตานุทูต รวมถึงผู้บริหารและ นักการศึกษา ได้เดินทางมาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย อย่างต่อเนื่องตลอด เวลา ทำให้มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีนักศึกษาต่างชาติมาศึกษากว่า 700 คน จาก 42 ประเทศ

การเดินทางไปยุโรปตะวันออกในครั้งนี้ก็เช่นกัน ท่าน เอกอัครราชทูตบัลกาเรีย H.E.Mr. Roumen Lubenov Pirontchev และท่านเอกอัครราชทูตโรมาเนีย H.E. Dr. Ioan Voicu ประจำ ประเทศไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์ส่วนตัว อันแน่นแฟ้นกับท่านอธิการบดี และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยท่านทั้งสอง ได้กรุณาสร้างความร่วมมือ ทางวิชาการระหว่างประเทศ บัลกาเรียและประเทศโรมาเนีย อย่างใกล้ชิด โดยท่านทั้งสองมาบรรยายพิเศษ ให้แก่นักศึกษา ในระดับปริญญาโทของมหาวิทยาลัย และสนับสนุนให้อาจารย์ ของทั้งสองประเทศ มาสอนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และเมื่อปีการศึกษา 2540 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้มอบปริญญาบัตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ให้แก่ H.E. Dr. Ioan Voicu ท่านทูตทั้งสองท่านได้กรุณา จัดการประสานงาน และเชิญท่านอธิการบดี ไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย ในประเทศบัลกาเรีย และประเทศโรมาเนีย เพื่อการสร้างความสัมพันธ์ และร่วมมือกันต่อไปในอนาคต

ข้อมูลทั่วไป : ประเทศบัลกาเรียและโรมาเนีย

ประเทศบัลกาเรีย

เมืองหลวงชื่อโซเฟีย (Sofia)

มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 67 อาศัยอยู่ในเมือง (urban) และร้อยละ 33 อาศัยอยู่ในชนบท (rural)

มีพื้นที่ทั่วประเทศ 110,994 ตารางกิโลเมตร ภาษาที่เป็นทางการและใช้พูดจากันคือ ภาษาบัลกาเรียน (Bulgarian)

มีศาสนาคริสต์ นิกายออร์โทดอกซ์ (Orthodox) เป็นศาสนา ประจำชาติ

เงินตราของประเทศใช้สกุลเงิน Lev (ขณะที่ผู้เขียนไปนั้น แลกธนาคารได้ 1,600 Lev/ดอลลาร์สหรัฐ)

วันที่ 3 มีนาคม คือวันชาติของบัลกาเรีย

ประเทศบัลกาเรียเคยมีการปกครอง ในระบอบคอมมิวนิสต์ มาก่อน จึงมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น กับสหภาพโซเวียต (Bulgarian-Soviet Friendship) ดังนั้นจึงได้รับอิทธิพลจาก สหภาพโซเวียต ในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เช่น ด้านการต่างประเทศ ด้านการศึกษา และด้านการทหาร เป็นต้น

ในทศวรรษที่ 1980 บัลกาเรีย ได้เริ่มการกระจายอำนาจ ด้วยการจัดให้มี "กลไกเศรษฐกิจใหม่" (new economic mechanism) ขึ้น เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทน และกำไรในทางธุรกิจ โดยรัฐจะทำหน้าที่ ในการประสานงานมากกว่า การที่จะไปดำเนินการต่าง ๆ โดยตรง โดยเฉพาะในช่วงปี 1989-1990 องค์การทางเศรษฐกิจ และการวางแผนของบัลกาเรีย ได้ใช้กลยุทธ์สองประสาน คือด้านหนึ่ง พยายามส่งเสริม ให้หน่วยงานของรัฐ เป็นผู้ริเริ่มและดำเนินการ เยี่ยงผู้ประกอบการทางธุรกิจทั้งหลาย (entrepreneurs) ในขณะที่อีกด้าน หนึ่งรัฐ ยังคงบทบาทของการแทรกแซง และนำหน่วยงานของรัฐ และภาคธุรกิจอื่น ๆ พร้อมกันไป

ประเทศบัลกาเรียยังมีป่าไม้อยู่มาก (มากกว่าร้อยละ 30 ของประเทศ) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของบัลกาเรียที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ และสารเคมี ซึ่งเป็นสินค้าหลักในการส่งออก

ประเทศโรมาเนีย

เมืองหลวงชื่อ บูคาเรสต์ (Bucharest)

มีประชากรประมาณ 25 ล้านคน กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 55 อาศัยอยู่ในเมือง (urban) และร้อยละ 45 อาศัยอยู่ในชนบท (rural)

มีพื้นที่ทั่วประเทศ 237,500 ตารางกิโลเมตร

ภาษาที่เป็นทางการและใช้พูดจากันคือ ภาษาโรมาเนียน (Romanian)

มีศาสนาคริสต์ นิกายออร์โทดอกซ์ (Orthodox) เป็นศาสนา ประจำชาติ

เงินตราของประเทศใช้สกุลเงิน Leu (ขณะที่ผู้เขียนไปแลก ธนาคารได้ 9,400 Leu/ดอลลาร์สหรัฐ)

วันที่ 1 ธันวาคม เป็นวันชาติของโรมาเนีย

ภูมิประเทศของโรมาเนีย โดยทั่วไปมีความสวยงามมาก มีป่าไม้มากและมีป่าอยู่ในเมืองด้วย

ชุมชนชนบทเท่าที่สังเกตเห็นดูมีความสงบ ร่มรื่น และสวย งามมาก ความเจริญทางด้านวัตถุ ยังเข้าไปมีอิทธิพล ในวิถีชีวิตของ ชาวชนบทโรมาเนีย ไม่มากนัก ตามหน้าบ้านสองข้างถนน ชาวบ้านจะเอา ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ มาวางขายกัน โดยทั่วไป ซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะ ของการดำเนินชีวิต แบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยังชีพ (self-sufficiency economy) คนชราจะออกมา นั่งคุยกันที่หน้าบ้าน ทั้งสองฟากถนน ตลอดเส้นทางที่เรานั่งรถผ่านไป ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ วัฒนธรรมและประเพณีอันดี ของชาวชุมชน ชนบทอย่างหนึ่ง

มีทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอยู่ มากมาย และจากการที่ประเทศโรมาเนีย ได้รับอิทธิพลของระบบ คอมมิวนิสต์อยู่นาน จึงทำให้การพัฒนาประเทศ มุ่งไปในด้านการพัฒนา อุตสาหกรรมเป็นสำคัญ พื้นฐานการศึกษา ของประชากร ส่วนใหญ่จะ เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์

การเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย :

ประเทศบัลกาเรีย

น้องสาวของท่านทูตบัลกาเรียประจำประเทศไทย Dr. Piromchiva ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ประจำ ที่คณะเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นผู้ประสานงาน และนำท่านอธิการบดีไป พบกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย 3 แห่ง คือ The Technical University of Sofia, The University of Sofia และ The University for National and World Economy

The Technical University of Sofia

ก่อตั้งเมื่อปี 1945 ซึ่งมีนักศึกษารุ่นแรก 1,124 คน และ อาจารย์เพียง 10 คน ปัจจุบันกลาย เป็นสถาบันอุดมศึกษา ทางด้าน เทคนิค (technical higher education) ที่ใหญ่ที่สุดในบัลกาเรียมี นักศึกษา 14,258 คน มีอาจารย์ 1,097 คน มีนักศึกษาต่างชาติ จำนวน 408 คน จาก 48 ประเทศ มีอาจารย์ประจำที่เป็นศาสตราจารย์ ร้อยละ 40 และในจำนวนอาจารย์ประจำนี้สำเร็จปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Ph.D.) จำนวน 516 คน และปริญญา วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Doctors of Science) จำนวน 45 คน

คณะวิชาที่เปิดสอน

  1. Faculty of Automation
  2. Faculty of Electronic Engineering and Technology
  3. Faculty of Electrical Engineering
  4. Faculty of Power Engineering and Power Machines
  5. Faculty of Computer Systems and Control
  6. Faculty of Communications and Communications Technologies
  7. Faculty of Mechanical Engineering
  8. Faculty of Machine Technology
  9. Faculty of Management
  10. Faculty of Transport
  11. Faculty of German Engineering Education

ผู้บริหารและการจัดการศึกษา

ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยที่มาต้อนรับประกอบด้วย ท่าน อธิการบดี Prof.Dr.D. Dimitrov และรองอธิการบดีอีก 3 คน คือ Prof.Dr.G. Mandichev; Prof.Dr. H. Petrov และ Assoc.Prof. Dr. P. Martinov ซึ่งทั้งท่านอธิการบดีและรองอธิการบดี ทั้งหมดเป็น วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์

การจัดการศึกษามีการเรียนการสอน ในระดับการศึกษา และหลักสูตรต่างๆ ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมถึงการศึกษาวิจัย หลังการศึกษา ระดับปริญญาเอก (post-graduate studies) ด้วย มหาวิทยาลัย มีพื้นที่กว้างขวาง อุปกรณ์และเทคโนโลยี ด้านการเรียนการสอนมากมาย และหลากหลาย

The University of Sofia (St.Kliment Ohridsky University of Sofia)

ก่อตั้งเมื่อ 1888 เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของ บัลกาเรีย มีนักศึกษา 16,331 คน มีอาจารย์ 1,594 คน เป็น ศาสตราจารย์ 174 มีอธิการบดี ตั้งแต่คนแรกถึงคนปัจจุบัน รวม 52 คน คนปัจจุบันคือ Prof.Dr.Ivan Lalov ซึ่งเป็น Professor of Physics มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ได้ทำความตกลงร่วมมือ (contracts and agreements) กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งในยุโรป และเอเซีย ถึง 72 แห่ง

คณะวิชาที่เปิดสอน

  1. Faculty of Philosophy
  2. Faculty of History
  3. Faculty of Pedagogy
  4. Faculty of Slavonic Philology
  5. Faculty of Classical and Modern Philology
  6. Faculty of Mathematics and Information Science
  7. Faculty of Physics
  8. Faculty of Chemistry
  9. Faculty of Biology
  10. Faculty of Geology and Geography
  11. Faculty of Law
  12. Free Faculty
  13. Faculty of Journalism
  14. Faculty of Primary and Pre-School Pedagogy
  15. Faculty of Theology
  16. Faculty of Economics

ผู้บริหารและการจัดการศึกษา

ท่านอธิการบดี Prof.Dr.Ivan Lalov และผู้อำนวยการฝ่าย ต่างประเทศ Mr. Nelly Vulkamova ได้มาคอยต้อนรับและร่วม สนทนา อยู่ด้วยกัน หลังจากนั้น ก็พากันไปรับประทานอาหารกลางวัน และมอบของขวัญเป็น Icon รูปแม่พระที่มีความสวยงาม ให้ท่าน อธิการบดีอีกด้วย

การจัดการศึกษามีการเรียนการสอน ในระดับการศึกษาและ หลักสูตรต่าง ๆ ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก นอกจากนี้ยังมี การศึกษาวิจัย หลังการศึกษาระดับปริญญาเอกอีกมากมาย

ด้านอาคารสถานที่ อาคารหลัก (main building) มีความ สวยงามและคลาสสิกมาก เริ่มการก่อสร้างในปี 1924 แล้วเสร็จในปี 1934 ออกแบบโดย Breansson สถาปนิกชาวฝรั่งเศสด้วยเงินบริจาค ของสองพี่น้อง Evlogi and Hristo Georgievs อาคารหลังนี้มีพื้นที่ มากกว่า 18,624 ตารางเมตร มีห้องเรียน 324 ห้อง และห้องเรียน รวม (lecture hall) 65 ห้อง รวมจุคนได้ถึง 6,000 คน

The University of National and World Economy

ก่อตั้งเมื่อ 1920 เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ แห่งหนึ่งของ บัลกาเรีย ที่สอนทางด้านรัฐศาสตร์ (Political Studies) และทาง เศรษฐศาสตร์ (Economics) มีนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี โท เอก และการศึกษาวิจัยหลังปริญญาเอก รวม 25,000 คน มีอาจารย์ 523 คน ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ 62 คน และรองศาสตราจารย์ 174 คน มีนักศึกษาต่างชาติมาจากประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศ

คณะวิชาที่เปิดสอน

  1. Faculty of Agro-Industry
  2. Faculty of Commerce & Transport
  3. Faculty of Economic Information
  4. Faculty of General Economics
  5. Faculty of International Economic Relations
  6. Faculty of Business
  7. Faculty of Infrastructure

ผู้บริหารและการจัดการศึกษา

ท่านอธิการบดี Prof.Dr. Kamen Mirkovich รองอธิการบดี Assoc.Prof.Dr. Todor Kanaliev หัวหน้าฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ Mrs. Sevda Stoianova ได้ให้การต้อนรับและพูดคุย กับเราเป็นอย่างดี และท่านอธิการบดี ยังได้กรุณาส่งรถโฟล์คตู้ มารับ-ส่ง เราที่สนามบิน และให้เราใช้ตลอดเวลา สองวันในนคร Sofia อีกด้วย

การจัดการศึกษา มีการจัดการเรียนการสอน ทั้งในระดับ ปริญญาตรี โท และเอก รวมถึงการศึกษา หลังการศึกษาระดับ ปริญญาเอกด้วย

มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอายุประมาณ 70 ปีเศษ จึงมีลักษณะ ทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างไปจาก The University of Sofia คือไม่ เน้นคลาสสิก แต่จะมีลักษณะ เป็นสมัยใหม่มากกว่า มีตึกและอาคาร ต่าง ๆ เรียงรายอยู่มาก

ประเทศโรมาเนีย

ท่านทูตโรมาเนียประจำประเทศไทยและภรรยา Florina Dorina Voicu ช่วยประสานงาน ให้ท่านอธิการบดี ได้เยี่ยมชมและเป็นแขกพิเศษ ของมหาวิทยาลัย Politehnica of Bucharest โดย The University Politehnica of Bucharest ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ (Doctor Honoris Causa of "Politehnica" University of Bucharest) เพื่อเป็นเกียรติ แก่ท่านอธิการบดีด้วย

พิธีมอบ Doctor Honaris Causa นี้จัดขึ้นในห้องประชุม วิชาการ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารอันได้แก่ อธิการบดีและรองอธิการบดีทุกคน ประธานสภาคณาจารย์ และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยรวม ถึงนักศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมพิธีเต็มห้องประชุม เป็นพิธีที่ดูเรียบง่าย แต่ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีลำดับพิธีดังนี้

  1. อธิการบดี Prof.Dr. Gheorghe Zgura กล่าวต้อนรับ และกล่าวถึงพิธี การมอบปริญญา Doctor Honoris Causa of "Politehnica" University of Bucharest ให้แก่ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ภราดาประทีป ม. โกมลมาศ
  2. รองอธิการบดี Prof.Dr. Dorin Cristescu อ่านประวัติ และผลงานของท่านอธิการบดี ภราดาประทีป ม. โกมลมาศ
  3. การมอบปริญญา Doctor Honoris Causa โดย Prof.Dr. G. Zgura มอบปริญญาบัตรและแถบครุย Doctor Honoris Causa หลังจากนั้น เป็นการแสดงความยินดี จากอธิการบดี รองอธิการบดีและประธานสภา คณาจารย์ของ The University Politehnica of Bucharest
  4. ท่านอธิการบดี ภราดาประทีป ม. โกมลมาศ กล่าวตอบ แสดงความขอบคุณ และแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "การอุดมศึกษา ของไทย"
  5. คณาจารย์และแขกผู้มีเกียรติ ที่มาร่วมงานร่วมกัน แสดงความยินดี ต่อท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ประวัติของ The University Politehnica of Bucharest

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1819 เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่มีพื้นฐาน มาจากการจัดการศึกษา ทางด้านเทคนิค และเป็นมหาวิทยาลัย เก่าแก่แห่งหนึ่ง ของประเทศโรมาเนียมี 2 วิทยาเขต (campus) ปัจจุบันจัดการเรียนการสอน ในทุกระดับคือปริญญาตรี โท เอก และการศึกษาหลังปริญญาเอก มีนักศึกษา 23,000 คน มีอาจารย์ 1,935 คน ซึ่งประกอบด้วย ศาสตราจารย์ 344 คน รองศาสตราจารย์ 998 คน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ 593 คน

คณะวิชาที่เปิดสอน

  1. Faculty of Electrical Engineering
  2. Faculty of Power Engineering
  3. Faculty of Mechanical Engineering
  4. Faculty of Agricultural Engineering
  5. Faculty of Control Engineering and Computers
  6. Faculty of Electronics and Telecommunications
  7. Faculty of Engineering and Management of Technological Systems
  8. Faculty of Transport Engineering
  9. Faculty of Aircraft Engineering
  10. Faculty of Materials Science and Engineering
  11. Faculty of Chemical Industry
  12. Department of Engineering Sciences

การจัดการศึกษา

The University Politehnica of Bucharest จัดการเรียน การสอนทุกระดับชั้นปริญญา รวมถึงการศึกษาวิจัย หลังการศึกษาใน ระดับปริญญาเอกด้วย มีคณะวิชา 11 คณะวิชาและอีก 1 ภาค วิชาอิสระ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีพื้นที่บริเวณและอาคารสถานที่ มีความกว้างขวางใหญ่โต และสวยงามแบบคลาสสิกบ้าง และแบบสมัยใหม่ บ้าง มีวิทยาเขต 2 แห่ง วิทยาเขตเก่า ตั้งอยู่ในเมืองที่ใกล้กับย่าน ธุรกิจมาก ซึ่งทางมหาวิทยาลัย จัดให้เราพักในหอพัก (guest house) ที่วิทยาเขตแห่งนี้

การต้อนรับ

ตลอดเวลา 4 วัน ที่พำนักอยู่ในประเทศโรมาเนีย ได้รับ การต้อนรับ ดูแลเอาใจใส่อย่างดี จากภรรยาท่านทูตโรมาเนีย ประจำ ประเทศไทย และท่านรองอธิการบดี ฝ่ายบริหาร Prof.Dr. Dorin Cristescu โดยท่านรองอธิการบดี ได้จัดที่พักให้ที่ guest house ของ มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นตึกที่เก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี แต่ภายในได้รับ การตกแต่งและดูแล เป็นอย่างดี จึงยังคงมี ความสะอาดสวยงาม สะดวกสบายทุกอย่าง ทั้งในเรื่องการกินอยู่ และหลับนอน นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัย ได้จัดรถให้ใช้ เพื่อการไปเยี่ยมชม สถานที่สำคัญ ๆ ในโรมาเนีย โดยมีภรรยาท่านทูต และท่านรองอธิการบดีสลับกัน ทำหน้าที่พาเราไปเยี่ยมชม Bran Castle ที่พวกเรารู้จักกันในนามของ ปราสาทแดรกคิวลา (Dracula), Center of Culture Bran, Bran Museum และ Peles Palace ซึ่งเป็นพระราชวัง ที่ตกแต่งภายในด้วย ไม้แกะสลักทั้งหมด มีความสวยงาม วิจิตรพิสดารมาก นับเป็นบุญตา และกำไรชีวิตที่มีโอกาสได้เห็น ผลงานอันเกิดจากมันสมอง และฝีมือของมนุษย์ ดูแล้วแทบจะไม่เชื่อเลย ว่ามนุษย์จะสามารถรังสรรค์ ปั้นแต่งได้ถึงขนาดนี้ เสียดายที่เขาไม่ยอมให้ถ่ายรูป

นอกจากนี้ท่านรองอธิการบดี ยังได้พาเราไปเยี่ยมชมสถาบัน รักษาโรคผิวหนังและความแก่ (Gerontology) ที่มีชื่อเสียงของ โรมาเนียและของโลกด้วย ซึ่งท่านอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็เคยไปพักรักษา Dr. Maria Georgescu ผู้อำนวยการ ของสถาบันแห่งนี้ เล่าให้ฟังว่าจะมีบุคคลชั้นนำ และผู้แทนระดับสูง ของประเทศต่าง ๆ มาเยี่ยมชมสถาบันนี้ อย่างสม่ำเสมอใน วันที่เราไปเยี่ยมชม ก็มีผู้แทนระดับสูง ของประเทศโคลัมเบีย ไปเยี่ยมชมเหมือนกัน สถาบันแห่งนี้ตั้งอยู่ในป่า ที่อยู่ในเมืองแวดล้อมไปด้วย ธรรมชาติที่ร่มรื่น มีห้องพักรักษาถึง 300 เตียง แต่น่าเสียดายที่ ขณะนี้ประเทศโรมาเนีย ก็กำลังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ จึงทำให้ ขาดแคลนงบประมาณ ที่จะใช้เพื่อการบำรุงรักษา และทำความสะอาด หลายสิ่งหลายอย่าง จึงต้องปล่อยให้เสียหาย และเปล่าประโยชน์

ประสบการณ์จากการเยี่ยมชม

ตลอดเวลา 6 วัน ที่ได้อยู่ในยุโรปตะวันออกที่ประเทศ บัลกาเรียและโรมาเนียนี้ ผู้เขียนได้เรียนรู้และรับรู้ ประสบการณ์และความรู้มากมาย ได้เห็นลักษณะภูมิประเทศ ที่สวยงามที่ยังอุดมไป ด้วยป่าไม้ โดยเฉพาะประเทศโรมาเนีย มีป่าอยู่ในเมืองหลวง หลายแห่งรวมถึงตลอดสองฟากถนน เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ การพัฒนาประเทศ ของทั้งสองประเทศ มีความคล้ายคลึงกันมาก คือจะเน้นการพัฒนา ทางด้านอุตสาหกรรม เป็นสำคัญ ซึ่งทิศทางของการพัฒนา เช่นนี้ก็ไม่ ใช่เรื่องที่ยากลำบาก ของทั้งสองประเทศนี้ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติอยู่มาก พื้นฐานการศึกษาของประชาชน โดยทั่วไปดีโดยเฉพาะ ประชากรส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษา และฝึกอบรม ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จึงทำให้สามารถสร้างศาสตร์ และพัฒนาเทคโนโลยี ขึ้นใช้เองได้ วิถีชีวิตของคนในชนบท และชานเมืองรอบนอกยังเป็น ชุมชนที่น่าอยู่อาศัย สภาพทางกายภาพ และสิ่งปลูกสร้างอันได้แก่ บ้านเรือนและโบสถ์ไม่ได้แสดงถึงความร่ำรวย ความมโหฬารอย่างเช่น ในบ้านเรา บ้านพักอาศัย โดยทั่วไปจะมี รูปทรงคล้ายคลึงกันไม่ใหญ่โต ส่วนในเมืองหลวงก็เต็มไปด้วย ตึกรามรูปทรงและขนาดต่าง ๆ ทั้ง ตึกที่มีสถาปัตยกรรม แบบเก่ากับแบบสมัยใหม่ผสมกันไป และก็มีลักษณะ ของความเป็นเมืองหลวง (capital culture) ให้เห็นอย่าง เด่นชัด

คุณภาพชีวิตและวิถีชีวิต ของประชากรทั่วไป มีความเป็นอยู่ อย่างพอเพียง (self-sufficiency) ตามนโยบายของรัฐ ข้าราชการ โดยเฉพาะนักวิชาการ และอาจารย์ ต้องทำงานหนัก โดยไม่มีช่องทาง หารายได้พิเศษ อาจารย์ที่จบปริญญาตรี ทำงานสอนมาแล้วกว่า 20 ปี ได้เงินเดือนเพียง 100 เหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่ทุกคนก็เต็มใจทำ เพราะมันเป็นระบบ และโครงสร้างของประเทศ

การเดินทางไปยุโรปตะวันออกคราวนี้ นอกเหนือจากจะ บรรลุภารกิจที่ได้รับเชิญ แล้วยังได้ประโยชน์อื่น ๆ ติดตามมามากมาย อันจะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาการศึกษา ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำหรับผู้เขียนเอง นับว่าได้รับประโยชน์มหาศาล จากการเรียนรู้ครั้งนี้ ทำให้ "รู้เรา รู้เขา" และได้รับประสบการณ์ตรงชนิดที่ว่า "ได้ยินกับหู ได้ดูด้วยตา" ของตนเอง อันเป็นประโยชน์ ต่อการทำงาน และการสอน หนังสือ เป็นอย่างมาก

เอกสารอ้างอิง

  1. Collier's Encyclopedia (1992).
  2. Romania Encyclopedia Survey (1997).
  3. The Technical University of Sofia. Anniversary Book 1995.
  4. The Sofia University "St. Kliment Ohridski", Catalogue Academic Year 1997/98.
  5. The University of National and World Economy, Sofia, 1998. (Brochure).
AU Intranet Assumption University, Thailand ,Tel.3004543 ext.1315, 3004886