จุลสาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ABAC Newsletter
เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2542 B a c k

เทคโนโลยีมัลติมีเดีย

ดร. ชนินทร จิตตวิริยานุกูล
หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาการโทรคมนาคม
(หลักสูตรปริญญาตรี)
และผู้อำนวยการโครงการปริญญาโท
สาขาวิชาวิทยาการโทรคมนาคม
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสื่อและเครือข่ายคอมพิวเตอร์

วิวัฒนาการที่ไม่อาจขวางกั้นได้อีกต่อไปด้านเทคโนโลยี ทำให้เกิดมีการพัฒนาระบบมัลติมีเดีย มาสนองตอบความต้องการ ของคนที่ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ ให้ทำหน้าที่เป็นสื่ออื่นด้วย นอกจาก เป็นเครื่องประมวลผล หรือเครื่องมือ ที่ทำการช่วยคำนวณ และหาก เทคโนโลยีที่ว่านี้ มีการพัฒนาไปถึงจุด ที่จะนำมาประยุกต์ใช้งานได้ ลองนึกภาพดูซิว่าคอมพิวเตอร์ ที่สามารถแสดงภาพ สี เสียง รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวได้ จะเข้ามามีบทบาท ต่อชีวิตมนุษย์เพียงไร

ปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ มีบทบาททำให้ชีวิตการดำเนินงาน ในโลกธุรกิจ ของเราเปลี่ยนไป มากโดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบการ นำเสนอ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าสื่อ จะใช้ระบบการพิมพ์ ผ่านลงบนหน้า หนังสือพิมพ์ หรือกระดาษโฆษณาทั่ว ๆ ไปและต้องใช้ช่างศิลป์ตัด แปะก่อนที่จะสำเร็จลุล่วงไป ระบบล่าสุด หันมาใช้ระบบกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ การจัดรูปหน้ากระดาษต่าง ๆ ผ่านการจัดการบนตัว คอมพิวเตอร์

เทคโนโลยีมัลติมีเดีย เป็นเพียงเครื่องมือ ที่จะช่วยทำให้ผู้ใช้ รู้สึกมีจินตนา การสร้างสรรค์ เมื่อได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ที่อยู่บนหน้า จอคอมพิวเตอร์ มีการเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหว ของภาพบนหน้าจอ นี้เองทำให้ผู้ดู ไม่เกิดความรู้สึก เบื่อหน่าย ซ้ำซาก จำเจ หรือจดจำราย ละเอียดหลัก ๆ ของภาพนิ่ง ที่ปรากฏบนจอได้

เมื่อจำได้ก็เริ่มรู้สึก ที่จะวาดภาพขึ้นเองได้ และไม่มีความตื่น เต้นระทึกใจอีกต่อไป เพราะหลับตาก็นึกถึงรูปภาพทันที เปรียบ เสมือน กับการฟังเพลง ที่มีคำร้องระทึกใจ อีกต่อไป หรือการฟังเพลง ที่มีคำร้อง ผสมผสานอยู่ด้วย ย่อมจะได้อรรถรส บ้างถ้าฟัง หรือสัมผัส เป็นครั้งแรก แต่ฟังไป ๆ หลายครั้งเริ่มจำได้ ร้องได้ ก็เริ่มชินหูมากขึ้น

โดยจะผิดจากการฟังเพลงแบบที่มีแต่ทำนอง ปราศจาก เนื้อร้องย่อมทำให้ผู้ฟังจดจำทำนองได้ยากกว่า แม้จะฟังหลายครั้ง ก็ตามที การใส่อารมณ์สุนทรีย์ ให้กับภาพเคลื่อนไหวนั้น ย่อมจะ เปรียบเปรย ได้กับการฟังเพลง ที่มีทำนองแต่เพียง อย่างเดียวเท่านั้น

ผมเองสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีมัลติมีเดีย ค่อนข้างมาก โดยมุ่งประเด็น ไปที่แนวโน้ม และบทบาท ของเทคโนโลยี ชนิดนี้ จะเข้ามาแทน หรือเสริมขบวน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีอยู่เดิมได้อย่างไร จะมีการนำเทคโนโลยี ชนิดนี้มาเก็บไว้ในระบบ เครือข่าย ขององค์กร (INTRANET) หรือนำไว้ในเครือข่าย ใยแมงมุม (INTERNET) กันบ้างหรือไม่

โดยเฉพาะภาพยนตร์ ที่เหมาะสมที่สุดคือ การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีนี้ เพื่อรองรับการใช้งาน ของภาพเคลื่อนไหว ในอนาคต ลองหลับตานึกภาพ ที่ว่าเราสามารถ ที่จะเข้าไปดูหนังดี ๆ หนังสนุก ๆ ของทางฮอลลีวู้ด ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ให้เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ ทั่ว ๆ ไป โดยหลังตัดต่อ หรือทำคอมพิวเตอร์ กราฟฟิกเสร็จ ก็เก็บไว้ เป็นวิดีโอไฟล์ ไว้ที่ใดที่หนึ่ง เป็นเว็บ (WEB) ผู้สนใจ ก็ขอเข้าดูที่ WEB SITE ข้างต้นทันที โดยอาจจะต้อง เสียค่าขอเข้าดูครั้งนี้ เป็นเหมือนค่าตั๋วหนัง ซึ่งอาจจะเป็นรายเดือน รายปี หรือเสียเป็นครั้ง ๆ ไป

ทีนี้ในแง่มุมของ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ลองนึกถึงภาพ ของปัญหาพื้นฐาน ของประเทศเรา ที่มีต่อการนำไปสู่ยุคที่ทุกจอ คอมพิวเตอร์ สามารถดูสิ่งที่เคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก ก็คงหนี ไม่พ้นโครงสร้างพื้นฐาน ทางด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะ สายโทรศัพท์เช่า และวงจรต่างประเทศ โดยเฉพาะ การแลกเปลี่ยนข้อมูล ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งจะแยกประกอบ ไปด้วยข้อมูล ที่ประกอบขึ้น เป็นภาพ และ ความสามารถ ที่จะใช้สื่อ โทรคมนาคม ที่โยงอยู่ส่งผ่านข้อมูล

ขอพูดถึงประการหลังก่อน เกี่ยวกับการ สรรหาสื่อโทรคมนาคม มาใช้ส่งข้อมูลเฟรมภาพ ที่มีปริมาณ ข้อมูลมหาศาล ต่อการนำเสนอภาพ 1 ภาพ สื่อต่าง ๆ ต้องเป็นสื่อดิจิตอลเท่านั้น โดยประสิทธิภาพ ความเร็วนั้นขึ้นอยู่กับ ความเร็วของ ตัวส่งและรับ ซึ่งการ ที่จะทำการส่งผ่านสื่อดิจิตอล ให้เร็วและให้สัมฤทธิผลนั้น ก็ขึ้นกับตัว ส่งออกมาให้เร็ว ผ่านสื่อก็ไม่มีการล่าช้า ในที่สุดก็ถึงตัวรับ ตัวรับก็ต้อง รับให้เร็วไม่รีรอ

สำหรับตัวส่งตัวรับ ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี สถาปัตยกรรม คอมพิวเตอร์ ก็ได้แต่ฝากความหวัง ไว้กับบริษัทผู้ผลิต ชิพไอซี ให้ผลิต ชิพรุ่นใหม่ ๆ ที่เร็ว ๆ ยิ่งขึ้นไปอีก ไม่รู้ว่าบริษัท ซับไมครอน จำกัด จะฝ่าฟันอุปสรรค ในการใช้ฐาน ของประเทศไทย แรงงานไทย พัฒนาคุณภาพ ของตัวไมโครชิพ ไปสู่ทศวรรษหน้าได้หรือไม่

ส่วนประการแรก เกี่ยวกับสายสื่อสาร ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น ต้อง ใช้เทคโนโลยี ส่งผ่านเคเบิ้ลใยแก้ว ซึ่งก็ได้ข่าวจาก คนในวงการมาอีกว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จะร่วมทุนกับบริษัท ฟูรูกาว่า และบริษัท ยาซากิ จากญี่ปุ่น ทุ่มทุนผลิตกว่า 100 ล้านบาท เพื่อผลิตและส่ง เคเบิ้ลใยแก้ว ออกสู่ตลาด ในภูมิภาคนี้ โดยสัญญา จะเริ่มผลิต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันขอภาวนา ให้สถานการณ์ ด้านการเงินการคลัง รวมทั้งคณะรัฐบาล มีความมั่นคง และไม่มีผลกระทบ กับโครงการ ร้อยล้าน พันล้าน ซึ่งจะเป็นประตูสำคัญ และป้อนสินค้าใหม่ ๆ ให้กับ ตลาดเทคโนโลยี สารสนเทศ ซึ่งจะมีบทบาท ต่อผู้คน ในภูมิภาคเอเชีย ในอนาคต อันใกล้นี้ อย่างน้อย ก็น่าจะประหยัด เงินตรา ของประเทศ เราได้ ดีกว่า ที่จะต้องนำเงินไทย ไปซื้อสินค้า จากต่างประเทศ เข้ามา ทำให้ขาดสภาวะ เงินคล่อง อย่างที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน

ส่วนอีกประเด็น การเก็บข้อมูล จำนวนมหาศาลเหล่านี้ ในรูปข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ จากเทคโนโลยีล่าสุด ได้มีการพัฒนามาใช้ ดิจิตอลดิสก์ (DVD : Digital Versatile Disc) ซึ่งทำให้มี ความจุ ข้อมูลสูงถึง 17 กิกะไบท์ ซึ่งมากกว่า ข้อมูลที่บรรจุบน CD-ROM หลายสิบเท่า

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการไม่ให้เปลือง เนื้อที่ ในการเก็บข้อมูล ภาพสีในแต่ละ เฟรมภาพนั้น MPEG (Motion Picture Experts Group) ซึ่งเป็นกลุ่มของ คณะผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับ ภาพเคลื่อนไหว โดยที่ MPEG-2 จะต้องใช้ ร่วมกับตัว MPEG-2 decode เพื่อที่จะขยาย หรือคลายข้อมูล (decompress) ที่ถูกบีบอัด ไว้ก่อนที่จะนำมาใช้ อาจจะเป็น การขยายข้อมูล ที่ถูกบีบอัด และเก็บไว้บน DVD ก่อนนำ ไปใช้ใน การแสดงภาพ เคลื่อนไหวต่าง ๆ

MPEG-2 นี้เป็นมาตรฐาน ในการบีบอัดข้อมูล สำหรับความ ละเอียดจอภาพวิดีโอขนาด 720 คูณ 480 ซึ่งจะมี รายละเอียด สูงกว่า เวอร์ชั่น 1 (MPEG-1) ซึ่งกำหนดไว้ที่ 352 คูณ 240 ณ ความเร็ว 30 ภาพต่อวินาที นอกจากนี้ MPEG-1 ทำไม่ได้ลงไปอีกด้วย แต่ยังมีข้อจำกัด อยู่ที่ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล โดยทั่วไปแล้ว ยังไม่มีอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ เพื่อที่จะสนับสนุน ฟังก์ชั่น playback ตามที่ MPEG-2 กำหนดไว้ได้ ยังคงต้องรอไป อีกสักระยะหนึ่ง

AU Intranet Assumption University, Thailand ,Tel.3004543 ext.1315, 3004886