เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทุกท่านคงจะได้เห็น ข่าววิวาทะทางคารม ระหว่างข้าราชการผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กับสื่อมวลชนหลายฉบับ ซึ่งสื่อมวลชนเหล่านั้นได้สรุปไว้ ในที่สุดว่าท่านข้าราชการ ผู้นั้นอาจจะมีอาการ ของชายวัยหมดประจำเดือน หรือชายวัยทอง ทำให้ทุกท่าน สงสัยว่าโรคนี้มีจริงหรือ หรือเป็นเพียงแค่คำเปรียบเปรย แต่จริง ๆ แล้วสภาวะ เช่นนี้เป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นได้จริง ในกลุ่มชายวัย กลางคนตั้งแต่อายุ 40 ถึง 55 ปี Dr. Marc Blackman หัวหน้า แผนกต่อมไร้ท่อ แห่ง John Hopkins Bayview Medical Center ได้กล่าวไว้ว่า ภาวะชาย วัยหมดประจำเดือน (Male Menopause) เป็นภาวะที่มีอยู่จริง อาการต่าง ๆ จะเกิดกับผู้ชาย เหมือนกับที่เกิดในหญิง วัยหมดประจำเดือน แม้ว่าจะพบได้น้อยกว่า และความรุนแรง น้อยกว่าก็ตาม Male Menopause มีชื่อเรียก หลายอย่าง เช่น Male Climacteric, Andropause, Viropause, ADAM (Androgen Deficiency in the Aging Male) and PADAM (Partial Androgen Deficiency in the Aging Male)
การค้นพบสภาวะนี้อาจจะ ช่วยให้เราเข้าใจและช่วยเหลือ ครอบครัวที่มีปัญหาดังกล่าวนี้ มีข้อเท็จจริงบางประการ เกี่ยวกับโรคนี้ อาทิเช่น
- คาดการณ์ว่าในประเทศ สหรัฐอเมริกา มีชายที่เข้าสู่ สภาวะนี้สูงถึง 25 ล้านคน
- พบว่าชายในระหว่างอายุ 40-70 ปี จำนวน 52 เปอร์เซนต์ มีปัญหาเรื่องการแข็งตัว ของอวัยวะเพศ
- สภาพของระดับฮอร์โมน ที่แตกต่างกัน อย่างซับซ้อน จะมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกทางเพศ และความสมบูรณ์ ทางร่างกาย ทั้งในเพศชายและหญิง
- อาการทางอารมณ์มีได้ตั้งแต่ความเหนื่อยหน่าย น้ำหนัก ตัวขึ้น ขี้ลืมเป็นบางครั้ง และการนอนหลับผิดปกติ
- อาการแสดงทางอารมณ์เพศ มีได้ตั้งแต่การหมดอารมณ์ ทางเพศ กลัวความล้มเหลว ในการประกอบกิจกรรม ทางเพศ และความปรารถนา ที่จะแสดงความสามารถ ทางเพศด้วยการแสวงหา เพื่อนต่างเพศที่อายุน้อย ๆ
การที่เพศชายมีธรรมชาติ ของโครงสร้าง ร่างกายที่แข็งแรง มีกล้ามเนื้อมาก จิตใจมีความคิดริเริ่ม มีความก้าวร้าว มีความแข็ง แกร่งอดทน ก็เพราะผลของฮอร์โมน เพศชายที่สำคัญที่สุด ชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า Androgens ฮอร์โมนกลุ่มนี้ จะถูกสังเคราะห์ โดยอัณฑะ พร้อมๆ ไปกับการสร้างอสุจิ เพื่อการผสมพันธุ์ และมีบทบาทใน การประคับประคอง ให้มีสุขภาพดี ทั้งร่างกายและจิตใจ มีบทบาททาง เพศที่เป็นปกติ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น จะพบว่า อัณฑะจะค่อย ๆ เสื่อม หน้าที่ลงเป็น ลำดับตามอายุ การลดระดับของ Androgens ลงต่ำกว่า ระดับที่ในวัยหนุ่ม จะส่งผลกระทบ ต่อร่างกาย โดยจะทำให้เกิดโรค หรือเกิดความผิดปกติ ทั้งทางร่างกาย และจิตใจนานัปการ เป็นการ บั่นทอนสุขภาพอนามัย ส่วนตัวและครอบครัว ตลอดจน ประสิทธิภาพ ในการทำงาน ของชายสูงอายุนั้น ซึ่งจะเป็นที่น่าเสียดาย เพราะชายในวัยนั้น โดยส่วนใหญ่ จะทำงานอยู่ในตำแหน่งที่สูง เกี่ยวกับการบริหาร ทั้งในภาครัฐ หรือภาคเอกชน ทำให้เกิดการสูญเสีย ทรัพยากรที่สำคัญ ไปได้
โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลง ของระดับฮอร์โมน ในผู้ชายสูงอายุ ที่ผิดปกติไปจากในวัยหนุ่ม จะเริ่มตั้งแต่ อายุประมาณ 40 ปี การเปลี่ยนแปลง จะเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ การเปลี่ยนแปลง ของฮอร์โมนเพศชาย Androgens ซึ่งเป็นชื่อรวม ของฮอร์โมนเพศชาย ที่มีอยู่หลายรูปแบบ และชนิดที่สำคัญ ที่สุดคือ Testosterone และ ตัวอื่น ๆ ที่มีหน้าที่แตกต่างกัน บางชนิดยังไม่ทราบหน้าที่ก็มี
ชายที่มีระดับฮอร์โมนเพศต่ำ มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิด กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และกระดูกหัก ได้เช่นเดียวกับหญิง วัยหมด ประจำเดือน โดยมีรายงาน ที่สนับสนุนความสำคัญ ของ Testosterone ว่ามีคุณสมบัติ ที่สามารถปกป้อง โรคดังกล่าวได้จริง นอกจากนี้ระดับ ฮอร์โมนต่ำ จะมีผลทั้งต่ออารมณ์ และความจำ เช่น ทำให้ความจำเสื่อม หมดความรู้สึกทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว เย็นชาทางเพศ อาการ ผิดปกติในการปัสสาวะ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ใบหน้าเหี่ยวย่น กล้าม เนื้ออ่อนแรง กระดูกเปราะบาง อารมณ์หงุดหงิด เหนื่อยง่าย เส้น โลหิตแข็งตัว ริดสีดวง เส้นเลือดขอด ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ความ ดันโลหิตสูง ไขมันโคเลสเตอรอลสูงขึ้น และอาการเหล่านี้ สามารถแก้ไขให้ดีขึ้น ได้ด้วยการให้ฮอร์โมน Testosterone เพิ่ม ในกรณีที่ พบว่าชายคนนั้น มีภาวะขาดฮอร์โมน Testosterone จริง จะทำให้ สุขภาพโดยทั่วไป ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่อาการทางเพศ เช่นความ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จะไม่ดีขึ้นเท่าไร คงจะต้องไปใช้วิธีการแก้ ปัญหาความเสื่อม สมรรถภาพทางเพศ ด้วยวิธีอื่น ๆ
การวินิจฉัยโรคนี้ ขั้นแรกก็คือ ต้องยอมรับความเป็นจริง ก่อน คือชายผู้นั้น ต้องยอมรับว่า มีโรคนี้อยู่จริง และสภาวะนี้เป็นเพียง ความผิดปกติ ของต่อมไร้ท่อธรรมดา ที่สามารถรักษาได้ คนรอบข้าง ก็ต้องมีความตื่นตัว และสามารถบ่งชี้ ถึงความผิดปกติ ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะเกิดปัญหา สายเกินแก้ ทั้งในหน้าที่ การงาน หรือครอบครัว แม้กระทั่ง บุคลากร ทางการแพทย์ เองก็ยังไม่ตื่นตัว ต่อปัญหานี้เท่า
ไรนัก ทั้ง ๆ ที่การวินิจฉัย สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการตรวจระดับ Testosterone ในเลือด หรือคำนวณหาค่า Free Androgen Index (FAI) ตามที่แนะนำโดย Dr. Malcolm Carruthers ถ้าพบว่าระดับ ของ FAI ต่ำกว่า 50% อาการทาง Andropause จะปรากฏขึ้น
การรักษาก็ทำได้ โดยการให้ฮอร์โมนเสริม จากภายนอก ฮอร์โมน Testosterone มีทั้งในรูป ของยาเม็ด ยาฉีด ยาเม็ดฝังใต้ผิวหนัง หรือแผ่นแปะที่ผิวหนัง
การซักประวัติผู้สงสัย ที่จะมีอาการนี้ สามารถใช้การตรวจ สอบด้วยแบบสอบถาม The St. Louis ADAM (Androgen Deficiency in the Aging Male) questionaire ซึ่งจะสอบถามถึง อาการดังต่อไปนี้ คือ
- ความต้องการทางเพศลดลง
- หมดเรี่ยวแรง
- ความเข้มแข็งอดทนลดลง
- ความสูงลดลง
- ขาดความ สนุกสนานในชีวิต
- ซึมเศร้าและหงุดหงิด
- ความแข็งตัวของอวัยวะน้อยลง
- ความสามารถทางกีฬาลดลง
- ง่วงนอนหลังอาหารเย็น
- ความสามารถในการทำงานลดลง
ผู้ชายที่มีปัญหาในข้อ 1, 7 หรือข้ออื่น ๆ อีก 4 ข้อขึ้นไป สมควรที่จะได้รับการพิจารณา ให้การรักษา ด้วยฮอร์โมนทดแทน
วิธีการที่จะแก้ไขควบคุมอาการต่าง ๆ มีดังนี้ คือ
- หาหนทางใหม่ที่จะลดความเครียด
- รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง
- นอนหลับให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- หาเพื่อนหรือกลุ่มเพื่อน ที่เข้าใจ และสามารถให้คำแนะนำ ในการแก้ไขปัญหานี้
- ควบคุมเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์และกาแฟ
- ดื่มน้ำให้มาก
เพราะฉะนั้นท่านผู้ชายที่ตัวเลขถึงวัย ที่จะเกิดความเสี่ยง ต่อโรคนี้ ขอได้โปรดตรวจสอบอาการ ดังกล่าวข้างต้น ถ้าพบว่าอยู่ใน ข่ายสงสัย ขอให้รีบปรึกษาแพทย์ เพราะว่าโรคนี้รักษาได้ อย่าปล่อยไว้ จนเกิดปัญหา ทั้งกับตัวเอง ครอบครัวหรือที่ทำงาน หรือท่านที่สังเกต
พบอาการเหล่านี้ ในเพื่อนร่วมงานรอบตัวท่าน ก็หาหนทางที่จะแนะนำ เพื่อนของท่าน โดยละมุนละม่อม ก็แล้วกัน มิฉะนั้นอาการของโรค
ของเขา จะหวนมาแสดง เอากับท่านก็ได้