ในยุคแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ สิ่งที่ตามมาด้วยอย่างไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงคือ ความต้องการขององค์กรต่าง ๆ ที่มีบุคลากรที่มีความสามารถในการใช้ประโยชน์ จากระบบสารสนเทศได้ อย่างมีประสิทธิผล เห็นได้ว่าจะมีระบบการให้ความรู้ในเชิง อบรม เกิดขึ้นมาควบคู่กับพัฒนาการ ของระบบสารสนเทศแบบต่าง ๆ ในแบบที่เห็นมากที่สุดคือ มุ่งไปที่การอบรมใข้ซอฟท์แวร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซอฟท์แวร์ประยุกต์ ไปจนถึงระบบซอฟท์แวร์ ที่ใช้เข้าสู่อินเตอร์เนต โดยจุดประสงค์หลักของการอบรมคือ เข้าถึงการใช้ซอฟท์แวร์ เหล่านั้น อย่างรวดเร็ว และได้ผลที่สุด
ในเชิงธุรกิจ และอุตสาหกรรม บุคลากรที่มีความชำนาญ ดำเนินการกับเครื่องมือ และระบบต่าง ๆ ได้ทันทีย่อมเป็นที่ต้องการ เนื่องจาก องค์กรไม่จำเป็นต้องฝึกอบรมให้ได้คุณภาพที่ดี ด้วยการลงทุนที่ต่ำกว่า การต้องมาฝึกอบรมคนที่ไม่เคยมีโอกาสใช้งานกับเครื่องมือเหล่านั้นมาก่อน สิ่งที่น่าสนใจคือ ความชำนาญต่อระบบอุตสาหกรรม ไม่ใช่สิ่งที่บุคคลจากนอกระบบอุตสาหกรรมนั้น ๆ จะมีโอกาสหาได้ง่าย ๆ
โดยในแง่นี้ เริ่มมีแนวทางศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่มุ่งให้หลักสูตรในมหาวิทยาลัยปรับไปสู่
. การพัฒนาบุคลากรที่เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมได้ทันที เนื้อหาของการศึกษา ในทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ อาจปรับไป เพื่อรองรับการเจริญเติบโต ทางอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยเพิ่มการศึกษาในวิชาที่จะนำไปใช้งาน ได้จริง ในระบบอุตสาหกรรมได้ทันที
ความเคลื่อนไหว ในลักษณะนี้มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแบบที่ มหาวิทยาลัยอาจเปิดหลักสูตร เพื่อระบบอุตสาหกรรมบางชนิดโดยเฉพาะ หรือแม้กระทั่งการที่บริษัทจะเปิดหลักสูตรระดับอุดมศึกษาขึ้น เพื่อพัฒนาคนให้บริษัทตัวเองไปเลย โดยในแบบหลังนี้มีอยู่แล้วในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม หลักสูตรในระดับอุดมศึกษา สำหรับสายวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่รากฐานด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยมีมุมมองว่า นักศึกษาที่มีรากฐานแกร่งจะมีศักยภาพในการศึกษาวิชาเชิงประยุกต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงได้เอง
ทั้งนี้ หลักสูตรในมหาวิทยาลัย ไม่ได้มุ่งไปที่การสนับสนุนอุตสาหกรรมโดยตรง แต่เป็นการพัฒนา คน ให้มีคุณภาพดี ในแง่พื้นฐานเชิงความคิด และการวิเคราะห์ สำหรับสาขาวิชานั้น ๆ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาไปรับการอบรม มีความสามารถในระบบอุตสาหกรรมจากองค์กรทางอุตสาหกรรมทันที
ขณะเดียวกัน ยากที่จะพูดในตอนนี้ว่า แนวทางของการศึกษาในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ ควรมุ่งไปด้านใด สิ่งที่มองได้ว่า เป็นความไม่ค่อยประสบความสำเร็จของระบบการศึกษามานานคือ แนวความคิดที่ว่าการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย เพียงเพื่อใบปริญญาส่วนการทำงานจริงนั้นไว้ไปหาประสบการณ์เอา จึงชวนให้น่าสงสัยว่า แล้วความรู้ที่ศึกษามาจากมหาวิทยาลัยออกไป จะศึกษาไปเพื่อใช้ทำอะไร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นความจริงคือ ด้วยระบบการศึกษาที่เน้นไปในด้าน ความรู้เชิงวิชาการมากกว่า เชิงเทคนิค เป็นระบบที่ใช้ในประเทศที่เจริญมากที่สุดในเชิงเทคโนโลยีสารสนเทศ หลายประเทศในโลกแถบอเมริกา และยุโรป โดยจะพบได้ว่าวิทยาการและการค้นพบใหม่ ๆ จะถูกสร้างขึ้นมาจากสถาบันการศึกษาในประเทศเหล่านี้ ผ่านการค้นคว้าวิจัยของทีมงานประกอบด้วยนักศึกษา และอาจารย์
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะได้ทุนสนับสนุนการวิจัยจากรัฐบาลหรือไม่ก็จากหน่วยงานใหญ่ ๆ ทางอุตสาหกรรม ผลการค้นคว้าวิจัยเหล่านี้ เป็นสิ่งที่นำหน้าอุตสาหกรรม และเป็นสิ่งที่ดึงให้อุตสาหกรรมในประเทศเหล่านั้นพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาต่อไปว่า หากระบบการศึกษามุ่งไปด้านการพัฒนาคน เพื่อไปสู่ระบบอุตสาหกรรม ที่มีอยู่เป็นหลัก อาจลดความคิดในเชิงที่จะเป็นผู้สร้างสรรค์ความก้าวหน้าด้านวิทยาการ เนื่องจากความจำเป็น หลักในการศึกษา มุ่งไปที่การตามระบบอุตสาหกรรมแทน
สิ่งที่อาจต้องพิจารณาด้วยคือ ศักยภาพของสถาบันระดับอุดมศึกษาในไทยที่จะสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้นำในเชิงวิทยาการมีสูงเพียงไร รวมไปถึงความจริงที่ว่า มีตลาดงานเชิงวิจัยและพัฒนาในระดับสูงให้แก่ผู้จบการศึกษามากน้อยเพียงไร ตัวอย่างคำถามที่ได้ยินจากผู้เข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือแม้แต่ปริญญาโท สาขาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ในไทย คือ มีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องเข้าใจเทคโนโลยีการสร้างซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบทางคอมพิวเตอร์อย่างลึกซึ้ง ในเมื่อการทำงานจริง พวกเขาเพียงแค่ ใช้ให้เป็น ก็พอแล้ว
อินเตอร์เนตเป็นโลกหนึ่ง ที่ยืนยันถึงความเจริญก้าวหน้าอย่างสุดขีด ของวิทยาการด้านต่าง ๆ ในประเทศอื่น ๆ ผู้ที่มีโอกาสใช้อินเตอร์เนตควรรู้ดีว่าเราสามารถเข้าไปร่วมถกเถียงและเสนอความคิดเห็นร่วมกับผู้ที่กำลังค้นคว้าทฤษฎีใหม่ ๆ ในอินเตอร์เนตได้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ และไม่ใช่เรื่องล้ำยุคเกินไป อาจจะเป็นเรื่องที่ระบบปฏิบัติการประสิทธิภาพสูง
ดังนั้น บางครั้งหลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของไทยในสาย เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ จึงไม่สามารถเน้นจุดประสงค์ด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ขณะที่ความเจริญก้าวหน้าธุรกิจเชิงอุตสาหกรรมอาจส่งผลให้ประเทศมั่งคั่งขึ้น ความเจิรญ ก้าวหน้าด้านวิทยาการของประเทศเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นคงให้กับการพัฒนาประเทศในเชิงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในระยะยาว และสิ่งที่ยังคงต้องยึดถือไว้คู่กับขบวนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาด้วย คือ การพัฒนา คน ให้เก่งขึ้น เจริญเติบโตขึ้น ในเชิงความรู้และความสามารถในเชิงวิเคราะห์
โดยจะทำให้ผู้จบการศึกษาไม่ต้องจำกัดโอกาสอยู่แต่เพียงการเป็นผู้ถูกงานเลือก แต่เป็นผู้มีโอกาสเลือกงานได้ด้วย การกำหนดเส้นทางที่ตรง และมุ่งเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมมากเกินไป อาจต้องกลายเป็นความรับผิดชอบของหลักสูตร หากนักศึกษาที่จบการศึกษาไป ได้พบภายในไม่กี่ปีหลังจากจบการศึกษาว่าความรู้ที่มี และเคยเป็นที่ต้องการกลายเป็นสิ่งล้าสมัยไปแล้ว และพวกเขาก็ไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่งเพียงพอจะศึกษาสิ่งใหม่ ๆ ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ