เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2540 นี้ พอดีได้รับเชิญไปบรรยายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการค้าสากล จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง
เรื่องการค้าสากล หรือการค้าทั่วโลกนี้ ประธานาธิบดีคลินตัน ได้ประกาศนโยบายว่าจะส่งเสริม ให้กว่าครึ่งของการค้าขายทั่วโลก อยู่ในระบบอินเตอร์เนต
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ประธานาธิบดีคลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศต่อผู้ใช้อินเตอร์เนตทั่วโลก พอจะสรุปประเด็นได้ดังต่อไปนี้
ท่านประธานาธิบดี ได้ลงนามให้ความเห็นชอบ และอนุมัติให้แจกจ่ายรายงานชื่อ หลักการพาณิชย์สากลบนระบบอินเตอร์เนต (A Framework for Global Electronic Commerce)
เช่นเดียวกับที่การประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ได้ก่อเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมมาแล้ว การประดิษฐ์แผงวงจรรวม (Integrated Circuit) คอมพิวเตอร์และการติดต่อสื่อสารโดยตรง ก็ได้ก่อให้เกิดระบบอินเตอร์เนต และการปฏิวัติอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะให้วิถีชีวิตของเราทุกคนต้องเปลี่ยนไปด้วย
การประยุกต์ใช้อินเตอร์เนตที่สำคัญที่สุดด้านหนึ่ง คือ การประยุกต์ใช้ในการค้าสากล ดังจะเห็นได้จากการใช้อินเตอร์เนต สั่งซื้อหนังสือ และเสื้อผ้า การใช้อินเตอร์เนตในการแสวงหา และให้คำปรึกษาเชิงธุรกิจ การใช้อินเตอร์เนต ในการซื้อขายสิ่งของ และบริการต่าง ๆ ตั้งแต่การซื้อขายจอบเสียมธรรมดา ๆ จนถึงการซื้อขายเครื่องมือสื่อสาร ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง
การซื้อขายบนอินเตอร์เนตกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 2 - 3 เท่า ทุก ๆ ปี และมีมูลค่าเป็นร้อยล้านดอลลาร์ ฉะนั้น เราจึงควรช่วยกัน จัดมาตรการส่งเสริม ให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกนี้ เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจ
รัฐบาลทุกรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโต ของการค้าสากลบนอินเตอร์เนต รัฐบาลแต่ละรัฐบาลอาจจะส่งเสริม หรือสกัดกั้นการเจริญเติบโตดังกล่าว แต่เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลทุกรัฐบาลควรจะร่วมมือร่วมใจ กันดำเนินการในแนวทางส่งเสริม การค้าสากลบนอินเตอร์เนต
ท่านประธานาธิบดีอเมริกัน ขอร้องให้ชาวอินเตอร์เนตทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชนช่วยกันปรึกษาหารือ และดำเนินการในแนวทาง ส่งเสริมการค้าสากล บนอินเตอร์เนตให้เห็นผลภายในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999
เรื่องการซื้อขายบนอินเตอร์เนตนั้น สำหรับประเทศไทยได้ เริ่มมาตั้งแต่มีการจัดตั้งบริษัทอินเตอร์เนตชอปปิ้ง มอลล์ จำกัด จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2538 เมื่อมีการจดทะเบียนแล้ว ก็มีการตั้งเว็บไซต์ชื่อ โกลด์ไซต์ (Goldsite) http://ksc.goldsite.com มีการโฆษณาสินค้ามากมายหลายอย่าง เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ บ้านและที่ดิน สินค้าเทคโนโลยี ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ บันเทิง สนามกอล์ฟ โทรศัพท์ แฟกซ์โมเด็ม โรงแรม สมัครงาน และโรงพยาบาล แต่การซื้อขายจริง ๆ ยังต้องจ่ายเงินกันนอกเว็บ เพราะธนาคารต่าง ๆ ในเมืองไทยยังไม่ยอมรับ ให้มีการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต โดยผ่านเว็บในอินเตอร์เนต ทั้ง ๆ ที่ต่างประเทศ เขาทำกันทั่วโลก
เว็บไซต์แห่งแรกในเมืองไทยที่ยอมให้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตเพิ่งจะมีปี 2540 นี้เอง โดยความร่วมมือ ระหว่างเคเอสซีกับ ธนาคารกรุงเทพ ให้ใช้วีซ่าและมาสเตอร์การ์ด จ่ายค่าสมาชิกเคเอสซี ผ่านอินเตอร์เนตได้ดังในเว็บ http://hq.ksc.co.th/ksc/rcact/creditcard.html
เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องภาษี ซึ่งเดิมรัฐบาลอเมริกัน ได้เรียกเก็บภาษีจากการ ซื้อขายผ่านอินเตอร์เนต แต่มีผู้นำเรื่องไปฟ้องศาลว่า รัฐบาลไม่ยุติธรรม ในที่สุดศาลตัดสินว่ารัฐบาลอเมริกัน ไม่สามารถแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เก็บภาษีการซื้อขายบนอินเตอร์เนต อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม นั้นคือ เก็บภาษีเฉพาะจากคนที่รัฐบาลเผอิญรู้ว่าดำเนินการซื้อขายบนอินเตอร์เนต ส่วนรายที่รัฐบาลไม่รู้ รัฐบาลก็ไม่ได้เก็บภาษี ศาลจึงสั่งให้รัฐบาลเก็บภาษี การซื้อขายบนอินเตอร์เนต จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาล มีความสามารถที่จะเก็บภาษี ดังกล่าวอย่างยุติธรรม
ประธานาธิบดีคลินตัน ก็เลยมาประชุมกับที่ปรึกษา อีกครั้งหนึ่ง แล้วตกลงกันว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เก็บภาษี จากการซื้อขายบน อินเตอร์เนตเลย
ท่านไอรา แมกาซีนเนอร์ (Ira Magaziner) ที่ปรึกษาอาวุโสด้านอินเตอร์เนต ของประธานาธิบดีคลินตัน ได้ประกาศในการประชุม สมาคมอินเตอร์นานาชาติที่กัวลาลัมเปอร์ว่า ท่านประธานาธิบดีเสนอให้ เป็นโลกเดียวตลาดเดียว (One World One Market) ไม่มีการเก็บภาษี การซื้อขายอะไรทั้งนั้น บนอินเตอร์เนต นั่นคือ ขยายหลักการของตลาด ปลอดภาษีต่าง ๆ เช่น ตลาดปลอดภาษียุโรป ตลาดปลอดภาษีอเมริกาเหนือ ตลาดปลอดภาษีอาเซียน เป็นต้น ให้เป็นตลาดปลอดภาษีตลาดเดียวทั่วโลก ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภค ได้ประโยชน์เพราะราคาสินค้าต่ำลง
เมื่อไม่มีการเก็บภาษีการซื้อขายแล้วรัฐบาล จะเอาเงินจากที่ไหนก็มีการเสนอกันว่า ให้ไปเก็บภาษีรายได้ ภาษีมรดก อะไรทำนองนั้นให้มีอัตราสูงขึ้น เมื่อเก็บภาษีรายได้ และภาษีมรดกแล้ว คนที่ได้เงินมาจะนำไปใช้อะไรอีก ก็ไม่น่าจะไปเก็บภาษีซ้ำซ้อน
ยิ่งกว่านั้น ยังมีการเสนอว่า ถ้าไม่มีการเก็บภาษีจากการซื้อขาย และการนำเข้าส่งออก งานของกรมศุลกากร หรือชื่อทำนองเดียวกันในประเทศอื่น ก็อาจจะน้อยลงถึงขนาดต้องยุบ จากการเป็นกรมก็เป็นไปได้
ผลกระทบจากการสนับสนุนให้มีการซื้อขายบนอินเตอร์เนตมากขึ้นนี้ คงมีมากมายหลายทาง คงจะต้องติดตามฟังข่าวคราว กันต่อ ไปว่ารัฐบาลอเมริกา จะสามารถโน้มน้าวจิตใจรัฐบาลอื่น ๆ ให้เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางตลาดร่วมยุโรปก็ได้ประกาศ แล้วว่าเห็นด้วยกับหลักการ ของประธานาธิบดีคลินตัน ส่วนอาเซียนยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไร