ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าทุกสิ่งรอบ ๆ ตัวเรามีการเปลี่ยนแปลงมากมาย มีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่แปลกตาซึ่งนำความสนใจของเราให้หันเหไปหาสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น ทุกคนต่างก็พากันชื่นชมในความงาม ความวิจิตรพิศดาร ของสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา จนลืมนึกถึงความมหัศจรย์ในร่างกายของเราเอง ซึ่งจะหาสิ่งใด ๆ ในโลกนี้มาเปรียบเทียบไม่ได้เลย ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นร่างกายของเราช่างเหมาะเจาะดีแท้
สมมติว่าเรามองคนคนหนึ่ง สิ่งแรกที่เห็นคือผิวหนังของเขา เพราะชั้นนอกสุด ถึงแม้ว่ามันจะบางเหมือนแผ่นกระดาษก็จริงอยู่แต่ถ้าเลาะออกมาชั่งก็จะได้น้ำหนักประมาณ 6 ปอนด์ แต่ละตารางนิ้วของผิวหนังมีต่อมเหงื่อประมาณ 100 ต่อมบรรจุอยู่ มีต่อมขนอยู่ประมาณ 10 ต่อม ต่อมน้ำมัน 15 ต่อม มีเส้นประสาทยาว 72 ฟุต และมีหลอดโลหิตต่อกันได้ยาว 15 ฟุต และที่แปลกก็คือ ตามฝ่ามือและฝ่าเท้ามีต่อมน้ำมันน้อยที่สุด และไม่มีขนเลย มีฉะนั้นแล้วเวลาเราจับถืออะไรไว้ในมือคงลื่นหล่น หรือเวลาเดินก็จะลื่นหกล้ม เพราะฝ่าเท้ามันเกินไป แต่ว่าทั้งฝ่ามือและฝ่าเท้ามีเส้นประสาทมากที่สุด เพื่อรับสัมผัส มิฉะนั้นเมื่อถูกไฟดูดเราคงไม่มีความรู้สึก
ถัดไปก็คือใบหน้าของคน จากส่วนบนที่สุดคือ คิ้ว คิ้วมีประโยชน์สำหรับป้องกันเหงื่อจากหน้าผากไหลเข้าตา แทนที่เหงื่อจะไหลเข้าตาก็จะไปทางหางคิ้ว ท่านสุภาพสตรีที่โกนคิ้ว เท่ากับทำลายเครื่องป้องกันตาไปอีกอย่างหนึ่ง
ถัดไปคือตา ท่านสงสัยไหมว่าทำไมตาเราจะต้องอยู่ในระดับนี้ และอยู่ในแนวเดียวกัน ทั้งนี้ก็เพื่อจะเห็นภาพเป็น 3 มิติ คือ มีความกว้าง ยา และลึก แลเห็นภาพได้กว้างที่สุด ถ้าเราสังเกตดูสัตว์บางชนิด ตาไม่อยู่ในแนวเดียวกัน ก็จะเห็นได้เพียง 2 มิติ เท่านั้น เราสามารถรับข่าวสารทางสายตาได้ถึง 90% ตาเราสามารถรับภาพพร้อม ๆ กัน ได้หลายภาพ และสามารถแยกสีหรือความแตกต่างอื่น ๆ ได้เกือบ 8 ล้านระดับ ซึ่งไม่มีกล้องถ่ายรูปหรือฟิลม์ชนิดใดทำได้
ทำไมเราจึงต้องมีใบหูอยู่ด้านข้างของใบหน้า และค่อนไปทางด้านหลังแทนที่จะตั้งชันขึ้นเหมือนสัตว์บางจำพวก เพราะเราไม่ต้องการรับเสียงที่มีความถี่สูงหรือต่ำจนเกินไป มิฉะนั้นแล้วเราก็คงเป็นโรคประสาทเพราะเสียงรบกวนจากทุก ๆ ความถี่เป็นแน่เทียว
อวัยวะสำคัญที่สุดในร่างกายได้แก่หัวใจ หัวใจเต้นประมาณ 70 ครั้ง ต่อ 1 นาที แต่ละนาทีจะสูบฉีดเลือดประมาณ 5 ลิตร เลือดที่สูบฉีดนี้จะผ่านเส้นเลือดยาวกว่า 70,000 ไมล์ ในเวลาไม่ถึง 1 นาที ถ้ากรุงเทพฯ ของเรามีเครื่องปั๊มน้ำดีเท่าหัวใจสักเครื่อง หรือดีครี่งหนึ่งของหัวใจ เราก็คงไม่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมกรุงกันทีเดียว แต่ถ้าหัวใจของเราหย่อนสมรรถภาพ ในการทำงานลงเมื่อใด เราจะประสบปัญหาน้ำท่วมเหมือนกัน คือสภาวะที่เรียกว่า หัวใจวาย ตัวเราก็จะบวมดังที่เราเห็นในผู้ป่วยบ่อย ๆ
ในขณะที่หัวใจเรากำลังทำงานนั้น ปอดและจมูกเราก็ทำงานพร้อมกันด้วย จมูกทำหน้าที่กรองอากาศให้ปอด ให้ความชื้นนาทีละ 500 ลูกบาศก์ฟุต และเวลาเดียวกันก็ระบายความร้อนที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา
ส่วนประกอบของร่างกายที่สำคัญอีกอย่างคือกระดูก ถ้าคนเราปราศจากกระดูกเสียแล้ว เราก็คงมีลักษณะ ไม่แตกต่างไปจากชิ้นเนื้อชิ้นหนึ่งซึ่งน่าเกลียดมาก จะไปไหนมาไหนก็ยืดยาด เคลื่อนไหวไปโดยการไหลตัว (เหมือนตัวอะมีบา) มีผู้คำนวณไว้ว่า แขนขาของเราอย่าดูถูกว่าเป็นเหมือนหลอดหรือแท่ง ๆ เท่านั้น ถ้าคิดน้ำหนักออนซ์ต่อออนซ์ แล้วจะแข็งแรงกว่าเหล็กกล้าเสียอีก
เท่าที่ยกมากล่าวนี้เป็นเพียงส่วนย่อยเท่านั้น ถ้าจะพูดกันจริง ๆ แล้ว ก็พูดไม่หมด ในเมื่อเราทุกคนโชคดีได้เป็นเจ้าของร่างกายอันมหัศจรรย์เช่นนี้ เราจึงควรจะต้องดูแลเอาใจใส่ และทะนุถนอมให้สิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ ทำประโยชน์ให้กับเราได้อย่างคุ้มค่า และนานตราบเท่าชีวิตจะหาไม่