จุลสาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ABAC Newsletter
เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2541 B a c k

ความรับผิดชอบ : เงื่อนไขจำเป็นสำหรับสังคม

ดร.วรยุทธ ศรีวรกุล
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย สาขาปรัชญา และศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
บทนำ
ความรับผิดชอบ และการกระทำเป็นของคู่กัน ทั้งสองอย่างดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างใกล้ชิด เราทุกคนต่างก็คุ้นเคย กับความรับผิดชอบ และการกระทำเป็นอย่างดี ดังนั้นเราย่อมตระหนักถึงความสัมพันธ์ ที่ทั้งสองอย่างมีต่อกันเป็นอย่างดีเช่นกัน แต่ถ้าหากมีใครสักคนถามเราว่า ความรับผิดชอบ และการกระทำสัมพันธ์กันอย่างไร และความรับผิดชอบ จำเป็นสำหรับสังคมหรือไม่ ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะตอบคำถามดังกล่าว ก่อนที่จะพิจารณาถึงธรรมชาติ ของความรับผิดชอบ เราลองมาพิจารณา ดูการกระทำก่อนว่าการกระทำนั้น เป็นผลมาจากเสรีภาพ หรือสภาวะกำหนด

เสรีภาพ
หากเราได้อ่านงานเขียน ของชาวเอ็กซิสเต็นเชียลสิสต์ (Existentialists) แล้ว เราจะพบว่ามีข้อความอยู่ข้อความหนึ่ง ที่พวกเขายอมรับกัน ข้อความดังกล่าวนั้นก็คือ “แก่นแท้ของมนุษย์คือ เสรีภาพ” สำหรับชาวเอ็กซิสฯ แล้วทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ที่มนุษย์มีนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นของภายนอก ที่ไม่จีรังทั้งสิ้น กล่าวคืออาจตกหล่น สูญหาย หรือถูกขโมยไปได้ ส่วนเสรีภาพนั้น เป็นสิ่งที่ผูกติดอยู่กับมนุษย์อย่างถาวร ไม่มีทางที่จะตกหล่นสูญหาย หรือถูกยื้อแย่งไปได้ คนเราอาจยกทรัพย์สมบัติ ให้คนอื่นได้ แต่ไม่มีใคร สามารถยกเสรีภาพ ให้แก่ใครได้ เสรีภาพจะติดตัวเราไปทุกแห่ง ไม่ว่าเราจะตกอยู่ในสภาพใด ๆ ก็ตาม แม้ว่าบางครั้งบางคราว เราถูกจำกัดอิสรภาพ แต่เสรีภาพ ก็ยังคงอยู่ ยกตัวอย่างเช่น นายเขียวติดคุก หลายคนคิดว่าเขาหมดสิ้นเสรีภาพแล้ว อันที่จริงนายเขียว เพียงแต่ถูกลิดรอนอิสรภาพ ลงเท่านั้น ส่วนเสรีภาพ ของเขาไม่ได้หายไปไหน เขายังคงมีเสรีภาพ หรือเจตจำนงเสรี (Free will) ในการที่จะตัดสินใจ เลือกว่าเขาควรทำอย่างไร เช่น เลือกที่จะปฏิบัติตน เป็นนักโทษที่ดี เพื่อที่จะพ้นโทษเร็วขึ้น เลือกที่จะชักชวน นักโทษคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันแหกคุก เลือกที่จะต่อสู้กับผู้คุม เพื่อจับเป็นตัวประกัน เลือกที่จะเอาหัวชนกำแพงคุกตาย ฯลฯ กล่าวโดยสรุปคือ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานที่ใด เวลาใด หรือตกอยู่ในสถานะใด ก็ตาม เสรีภาพหรือเจตจำนงเสรี จะอยู่กับเราเสมอ ที่กล่าวมานี้คือแนวความคิด ของชาวเอ็กซิสฯ โดยสังเขป ถ้าหากเรายอมรับ เอาความคิดดังกล่าวว่า ถูกต้องแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ผลที่ตามมาจากการยอมรับ แนวคิดของชาวเอ็กซิสฯ ก็คือการอ้างเหตุผล ที่ว่าถ้าหากแก่นแท้ของ มนุษย์คือเสรีภาพจริง ๆ เราจะทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิด เพราะเรามีเจตจำนงเสรี ที่จะกระทำ ยกตัวอย่างเช่น นายเขียวฆ่านายขาวตาย โดยเจตนา นายเขียวไม่ผิด เพราะเขามีเสรีที่จะทำ เราลองหลับตานึกดูว่า ถ้าหากมนุษย์ทั้งโลกอ้างเหตุผล ดังกล่าวแล้ว โลกจะเป็นเช่นไร

เหตุวิสัย
มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับชาวเอ็กซิสฯ คนเหล่านี้ถือว่ามนุษย์เราไม่ได้มีเจตจำนงเสรี อย่างแท้จริง เสรีภาพเป็นเพียงมายา หรือคำที่สร้างขึ้นมาชวนให้เข้าใจผิด อันที่จริงการกระทำ ของคนเราไม่ได้เป็นผล มาจากเสรีภาพ แต่เป็นผลมาจากเหตุวิสัย (ภาษาอังกฤษใช้ว่า Determinism) เสรีภาพที่ชาวเอ็กซิสฯ หลงใหลนั้นอันที่จริงแล้ว ถูกกำหนดโดยสภาวะภายนอก และแรงขับภายใน กลุ่มคนที่คัดค้านแนวความคิด ของชาวเอ็กซิสฯ นี้ถ้าหากเป็นนักจิตวิทยา ก็จัดอยู่ในประเภทชาวพฤติกรรมนิยม (Behaviorists) ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำ หรือพฤติกรรมทุกอย่าง ล้วนมีสาเหตุ Zcaused) คนเหล่านี้ปฏิเสธ แนวความคิดที่ว่าการกระทำ หรือพฤติกรรมบางอย่างเกิด จากเหตุผล (reasons) เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว สิ่งที่มีอำนาจที่แท้จริง ในการตัดสินใจ เลือกการกระทำ ของมนุษย์ คือ แรงขับ และสภาวะภายนอก เพื่อที่จะมองเห็นแนวความคิด ของพวกเข้าได้ชัดเจน โปรดสังเกตแผนผัง ดังต่อไปนี้

ถ้าหากข้ออ้างดังกล่าวจริง เสรีภาพก็มีสภาพเป็นเพียงหุ่นเชิด ที่ถูกบงการโดยสาเหตุ ซึ่งอาจจะเป็นแรงขับภายใน หรือสภาวะภายนอกคำว่า สภาวะภายนอก ในที่นี้หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างในสังคม วัฒนธรรม หรือโลกภายนอก ที่มีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจเลือก การกระทำของมนุษย์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างภายนอกที่ “กำหนด” การกระทำของมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น นายเขียวฆ่านายขาวตาย โดยเจตนา เพราะนายขาวเป็นคู่แข่งทางการค้า เมื่อเราพิจารณา “โดยเจตนา” เราจะสรุปทันที ว่าเป็นอันเดียวกันกับเจตจำนงเสรี หรือ เสรีภาพ แต่ครั้นพิจารณาถึงสาเหตุที่ฆ่า เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า สภาวะภายนอก เป็นตัวกำหนด การกระทำของนายเขียว สำหรับแรงขับภายใน นั้นหมายถึงแรงกระตุ้น หรือความอยากตามธรรมชาติ เช่น ความอยากอาหาร ความกระหายน้ำ ความต้องการทางเพศ เป็นต้น โดยปกติแรงขับกับสภาวะภายนอก มักจะควบคู่กันเสมอ ในการเป็นสาเหตุ ที่ก่อให้เกิดการกระ ทำ ยกตัวอย่างเช่น นายดำข่มขืนนางสาวชมพู เพราะเธอแต่งตัวไม่เรียบร้อย (สภาวะภายนอก) และนายดำไม่สามารถควบคุม แรงกระตุ้นทางเพศ (แรงขับภายใน) ของตนได้

ในขณะที่ชาวเอ็กซิสฯ ชื่นชมกับคำกล่าวที่ว่า “แก่นแท้ของมนุษย์ คือเสรีภาพ” ชาวเหตุวิสัยกลับชื่นชม คำกล่าวที่ว่า “สถานการณ์สร้างวีรบุรษ” สำหรับชาวเหตุวิสัย แล้วถือว่าวีรบุรุษ จะเกิดขึ้นมาไม่ได้ ถ้าหากไม่มีสถานการณ์เป็นตัวกำหนด ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่นายทุนกำลังกดขี่ขูดรีด ชนชั้นกรรมาชีพ อย่างขนาดหนักนั้น ก็ได้เกิดมีคาร์ล มาร์กซ์ ขึ้นมา ชาวเหตุวิสัยเชื่อว่า ถึงแม้ว่า คาร์ล มาร์กซ์ จะไม่เกิดขึ้นมา ก็จะต้องมีคนอย่างคาร์ล มาร์กซ์ เกิดขึ้นมาในตอนนั้นอย่างแน่นอน กล่าวโดยสรุปก็คือ เมื่อสถานการณ์ เป็นตัวกำหนด มนุษย์ ก็ไม่มีเสรีภาพอย่างแท้จริง ในการตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ถ้าหากเรายอมเอาแนวความคิด ของชาวเหตุวิสัยว่าถูกต้อง เราก็สามารถอ้าง เหตุผลได้อีกเช่นกันว่า เราทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิด เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราทำ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เพราะถูกกำหนด ให้เป็นเช่นนั้น ยกตัวอย่างเช่น นายเขียวฆ่านายขาวตาย นายเขียวไม่ผิด เพราะมันเป็นเรื่อง ที่ช่วยไม่ได้ เพราะชีวิตของเขา ถูกกำหนดให้ทำเช่นนั้น

ความรับผิดชอบ
เราต่างเห็นแล้วว่าไม่ว่ามนุษย์จะมีเสรี หรือถูกกำหนด โดยสภาวะภายนอก มนุษย์ก็สามารถอ้างเหตุผล ได้ว่าทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิด ถ้าหากคนทุกคน ในสังคมคิดเช่นนี้ สังคมย่อมอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน เมื่อสังคมโดยส่วนรวมอยู่ไม่ได้ ปัจเจกก็ย่อมอยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน แล้วอะไรเล่าที่จะช่วยล้มล้างการอ้างเหตุผลดังกล่าว เพื่อสังคมอยู่รอด เมื่อพิจารณาดูสังคมแต่ละแห่ง เราจะพบว่ามีเงื่อนไขที่ตรงกันอยู่อย่างหนึ่ง เงื่อนไขดังกล่าวก็คือ ความรับผิดชอบ นั่นเอง

ความรับผิดชอบ อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ความรับผิดชอบ “ภายนอก” และ ความรับผิดชอบ “ภายใน” ความรับผิดชอบ “ภายนอก” แสดงออกมาในรูปของกฎเกณฑ์ และระเบียบของสังคม ส่วนความรับผิดชอบ “ภายใน” แสดงออกมาในรูปของจิตสำนึก หรือมโนธรรม ความรับผิดชอบทั้ง “ภายนอก” และ “ภายใน” ต่างก็เป็นเงื่อนไข ที่จำเป็นสำหรับสังคมด้วยกันทั้งคู่ หากขาดความรับผิดชอบ “ภายนอก” สังคมจะประสบความวุ่นวายสับสน หากขาดความรับผิดชอบ “ภายใน” สังคมจะตกอยู่ในอันตราย ในระยะยาว เพราะถึงแม้ว่าความรับผิดชอบ “ภายนอก” จะเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับสังคม แต่ก็หาได้เป็นเงื่อนไข เพียงพอสำหรับสังคมไม่ ความรับผิดชอบ “ภายใน” ต่างหาก ที่เป็นทั้งเงื่อนไข จำเป็นเพียงพอ

บทสรุป
สังคมแต่ละแห่งย่อมประกอบด้วย บุคคลหลายประเภท ขึ้นชื่อว่าคนแล้วก็มีทั้งเข้มแข็ง อ่อนแอ ดีและเลวปะปนกัน หรือแม้กระทั่งคน ๆ เดียวกันก็มีเวลาเข้มแข็ง มีเวลาอ่อนแอ มีเวลาทำบุญ และมีเวลาทำบาป เข้าทำนอง “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” เงื่อนไขที่จะทำให้คน ทั้งหลายเหล่านั้นอยู่รวมกัน อย่างสงบสุขก็คือ ความรับผิดชอบ “ภายนอก” แต่ความรับผิดชอบ “ภายนอก” นั้น มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ว่า สามารถหยุดยั้งความอ่อนแอ และความชั่วของมนุษย์ได้ เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น คนที่คอยระมัดระวัง การกระทำของตน เพราะเกรงกลัวความรับผิดชอบ “ภายนอก” นั้น อาจจะไม่ระวัง ก็ได้เมื่อมีโอกาส แต่คนที่คอย ระมัดระวังตน เพราะฟังเสียงมโนธรรม อยู่เสมอนั้น มักจะไม่เดินหลงทาง ถึงแม้จะมีโอกาส หรือไม่มีก็ตาม คนประเภทหลังนี้ ถึงแม้จะทำอะไรผิดพลาด ไปในฐานะที่เป็นมนุษย์ แต่ก็มักจะ กลับตัวกลับใจได้เสมอ เพื่อที่มองเห็นความแตกต่าง อย่างชัดเจนระหว่าง ความรับผิดชอบ “ภายนอก” และ “ภายใน” โปรดสังเกต แผนผังแห่งการ “ให้” และ “ห้าม” ดังต่อไปนี้

ความรับผิดชอบ “ภายนอก”
นายสีทำ ง เพราะกฎเกณฑ์สั่งให้ทำ
นายสีไม่ทำ จ เพราะกฎเกณฑ์สั่งไม่ให้ทำ

ความรับผิดชอบ “ภายใน”
นายสีทำ ง เพราะจิตสำนึกบอกให้ทำ
นายสีไม่ทำ จ เพราะจิตสำนึกห้ามไม่ให้ทำ

สังคมที่จะได้ชื่อว่าเป็นสังคมที่ “พัฒนา” แล้วอย่างแท้จริงนั้น จะต้องเป็นสังคมที่เต็มไปด้วย ผู้คนที่มีความรับผิดชอบ “ภายใน” เพราะอาจกล่าวได้ว่า ในขณะที่ความรับผิดชอบ “ภายนอก” เป็นเงื่อนไข จำเป็นสำหรับสังคมนั้น ความรับผิดชอบ “ภายใน” จะเป็นทั้งเงื่อนไขจำเป็น และเพียงพอ สำหรับสังคมที่ “พัฒนา” อย่างแท้จริง

AU Intranet Assumption University, Thailand ,Tel.3004543 ext.1315, 3004886